เชียงใหม่ ราชธานีแห่งอาณาจักรล้านนา

“ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามลาค่านครพิงค์”

เข้าช่วงหน้าหนาวแล้ว สถานที่ท่องเที่ยวในใจหลายคนก็คงไม่พ้น “ภาคเหนือ” เพื่อขึ้นไปรับอากาศเย็นหนาวเหน็บให้ฉ่ำปอด หลังจากที่กล่าวอู้ทิ้งไว้ในเรื่อง อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย แต่แล้วก็ขี้เกียจล่วงเลยไปไกล มาถึงหน้าหนาวเลยถือโอกาสนี้เคาะดินที่เกาะหางออกหน่อยละกัน

บลอกตอนนี้เป็นทริปผสมหลักๆเลยก็มาจากการเดินทางสองครั้งนี้

ส่วนใหญ่ก็มาจากช่วงแรกทริปพาแม่ไหว้พระช่วงวันที่ 20-23 ตุลาคม 2555
วันแรก – เที่ยวพระธาตุลำปางหลวง ลำพูน ก่อนจะไปพักที่บ้านเด็กดอย อ.ฮอด
วันที่ 2 – เข้าเมืองผ่านเส้นแม่แจ่ม แวะ ออบหลวง ดอยอินทนนท์ แล้วเข้าเมืองเชียงใหม่ช่วงบ่าย ซึ่งจะเป็นเนื้อหาของบลอกตอนนี้
วันที่ 3 – เที่ยวเมืองเชียงใหม่ต่อ แวะเมืองโบราณเวียงกุมกาม ก่อนขับรถกลับไปพักที่ จ.พิษณุโลก
วันสุดท้าย – แวะอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชรก่อนกลับบ้าน

กับอีกทริปหนึ่งช่วงวันที่ 11-14 พฤษภาคม 2556 ไปผูกข้อมือที่เชียงใหม่ในการเดินทางครั้งนี้ก็มีเก็บตกพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติลำพูน เวียงท่ากาน (สันป่าตอง) พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่ พระธาตุดอยสุเทพ วัดพระธาตุศรีจอมทอง และเก็บตกลำปาง (ในบลอกส่วนใหญ่ที่ลำปางมาจากทริปนี้หล่ะ)

และทริปอื่นๆที่ไปกับที่ทำงาน ไม่ได้เที่ยวไรเท่าไหร่หรอก ส่วนใหญ่เน้นนอน-กิน เป็นตัวแถมท้ายเรื่องไปละกัน มาบลอกนี้รวมมั่วเลย แบบว่าขี้เกียจแยกวันที่ง่ะ จัดลำดับสถานที่ใหม่ตามความน่าจะเป็นน่ะนะ

ประวัติก่อนหน้าจะเป็นเมืองเชียงใหม่ไปดูในเรื่องเชียงรายทางนี้ก่อนเลย

เวียงกุมกาม เมืองคั่นสั้นๆระหว่างเชียงรายและเชียงใหม่ มีเวลาจะมาพิมพ์

เมืองเชียงใหม่ มีชื่อที่ปรากฏในตานานว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทยมาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.1839 ซึ่งมี อายุครบ 710 ปี ในปี พ.ศ.2549 และเมืองเชียงใหม่ได้มีวิวัฒนาการสืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครอง โดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ.1839-2100) ในปี พ.ศ.2101 เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่าชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ได้ทรงช่วยเหลือล้านนาไทยภายใต้การนาของพระยากาวิละและพระยาจ่าบ้านในการทาสงครามขับไล่พม่าออกไปจากเชียงใหม่และเมืองเชียงแสนได้สาเร็จ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สถาปนาพระยากาวิละเป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเมืองประเทศราชของกรุงเทพมหานคร และมีเชื้อสายของพระยากาวิละ ซึ่งเรียกว่า ตระกูลเจ้าเจ็ดตน ปกครองเมืองเชียงใหม่ เมืองลาพูนและลำปางสืบต่อมาจนกระทั่งในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ ได้โปรดให้ปฏิรูปการปกครอง หัวเมืองประเทศราช ได้ยกเลิกการมีเมืองประเทศราชในภาคเหนือ จัดตั้งการปกครองแบบมณฑลเทศาภิบาล เรียกว่า มณฑลพายัพ และเมื่อปี พ.ศ.2476 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ปรับปรุงการปกครองเป็นแบบจังหวัด เชียงใหม่จึงมีฐานะเป็นจังหวัดจนถึงปัจจุบัน

ใครขี้เกียจอ่านมีคลิปที่เขาทำมาไปฟังเลยครับ

แผนที่เที่ยวแบ่งรายวัน แน่นอนว่าขับตามนี้น่ะ …วนไปวนมาพอสมควร หึหึหึ

วันแรกกว่าจะลงมาจากดอยอินทนนท์แล้วเวลาก็ล่วงเลยไปช่วงบ่าย ว่าแล้วพอถึงก็เที่ยวเลย

วัดสวนดอก

พื้นที่วัดสวนอกนี้เดิมที่เป็นสวนดอกต้นพยอมที่มีดอกสวยงาม พอมาปี พ.ศ. 1912 พระมหาเถระสุมนนำพระบรมสารีริกธาตุมาจากสุโขทัย พระเจ้ากือนาธรรมิกราช ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์อยู่ในสมัยนั้น จึงสั่งให้สร้างวิหารเพื่อเป็นที่จำพรรษาของพระมหาเถระสุมน และสร้างเจดีย์เพื่อเก็บพระธาตุนั้นด้วย จากที่บริเวณวัดเต็มไปด้วยดอกพยอมจึงพระราชทานนามว่า วัดบุปผาราม แต่ชาวบ้านชอบเรียกวัดสวนดอกไม้ จนตอนหลังกลายเป็นวัดสวนดอก พอสิ้นราชวงศ์มังราย ล้านนาก็ตกไปอยู่ในอำนาจของพม่า วัดนี้ถูกบูรณะครั้งใหญ่อีกทีก็ตอนเจ้าดารารัศมี ย้ายสุสานเจ้านายฝ่ายเหนือจากเดิมอยูาริมแม่น้ำปิงมายังวัดนี้

ระหว่างพิมพ์ประวัติแล้วเพิ่งรู้ตัวว่า “พลาดถ่ายของสำคัญในวัดไปซะแล้ว พระเจ้าเก้าตื้ออยู่ไหน ตอนไปไม่รู้” เลยหงุดหงิดนิดหน่อยหมดอารมณ์ไปเฉยๆ อยากอ่านเพิ่มเติมไปทางนี้เลยฮะ

ตอนไปมีเรียกขานชื่อผู้บวชอยู่

ตอนไปมีเรียกขานชื่อผู้บวชอยู่

เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

พระประธานในวิหาร ส่วนองค์เล็กที่อยู่ข้างหน้านั้นคือพระเจ้าค่าคิง

พระประธานในวิหาร
ส่วนองค์เล็กที่อยู่ข้างหน้านั้นคือพระเจ้าค่าคิง

...

กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ

กู่เจ้านายฝ่ายเหนือ

 

วัดอุโมงค์

วัดอุโมงค์นี้สร้างในรุ่นราวคราวเดียวกับเมืองเชียงใหม่ คือหลังจากพญาเม็งรายสร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จในปี พ.ศ. 1840 ก็สร้างวัดนี้จากกอไผ่ 11 กอ เพื่อให้เป็นที่พำนักของพระภิกษุนามเถรจันทร์ และพระภิกษุชาวสิงหล (ลังกา) ต่อมาในสมัยพญากือนา ทรงสร้างอุโมงค์ภายในวัดที่นี่จึงถูกเรียกว่าวัดอุโมงค์เถรจันทร์ หรือเรียกสั้นๆว่าวัดอุโมงค์

บริเวณวัดอุโมงค์กว้างขวาง มีมุมสงบสมเป็นวัดอรัญวาสี (วัดสำหรับวิปัสนา)

บริเวณวัดอุโมงค์กว้างขวาง มีมุมสงบสมเป็นวัดอรัญวาสี (วัดสำหรับวิปัสนา)

ทวารบาลเป็นยักษ์

ทวารบาลเป็นยักษ์

เสาอโศกอันเป็นสัญลักษณ์ว่าพุทธศาสนาได้เดินทางมาถึงแล้ว

เสาอโศกอันเป็นสัญลักษณ์ว่าพุทธศาสนาได้เดินทางมาถึงแล้ว

ทางเข้าวัดอุโมงค์

ทางเข้าวัดอุโมงค์

ภายในวัดอุโมงค์

ภายในวัดอุโมงค์

ข้างในมีลักษณะแบบอุโมงค์

ข้างในมีลักษณะแบบอุโมงค์

ข้างบนมีเจดีย์ทรงระฆังกลมคล้ายของพุกาม ใต้ฐานนั้นมีรูปวาดของพระพุทธเจ้าอยู่

ข้างบนมีเจดีย์ทรงระฆังกลมคล้ายของพุกาม ใต้ฐานนั้นมีรูปวาดของพระพุทธเจ้าอยู่

ไก่แถวห้องน้ำในวัด

ไก่แถวห้องน้ำในวัด

แมงมุมเฝ้าห้องน้ำ

แมงมุมเฝ้าห้องน้ำ

 

วัดเจ็ดยอด

วัดเจ็ดยอดนี้พระเจ้าติโลกราช (กษัตริย์องค์ที่ 9 ของราชวงศ์เม็งราย) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 1998 ลักษณะเจดีย์นี้ทรงลอกมาจากเจดีย์พุทธคยาที่ประเทศอินเดีย และสร้างสัตตมหาสถานเจดีย์ อันประกอบด้วยโพธิบัลลังก์ – รัตนฆรเจดีย์ – อนิมิสเจดีย์ – รัตนจงกรมเจดีย์ – อชปาลนิโครธ – ราชายตนะ – สระมุจจลินท์ (ใครสนใจอ่านเพิ่มเติมที่นี่) วัดนี้มีความสำคัญยิ่งเพราะเป็นวัดแรก และวัดเดียวของประเทศนี้ที่มีการสังคายนาพระไตรปิฏกในปี พ.ศ. 2020 โดยพระสงฆ์ทั่วแคว้นล้านนากว่า 100 รูปเข้าร่วม โดยมีพระธรรมทินมหาเถระเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ พระเจ้าติโลกราชเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์

อ่านเรื่องเกี่ยวกับเจดีย์เจ็ดยอดเพิ่มเติม ที่นี่

เจดีย์ข้างทาง เดินหาประวัติไม่เจอ

เจดีย์ข้างทาง เดินหาประวัติไม่เจอ

วิหาร

วิหาร

พระประธาน

พระประธาน

วัดเจ็ดยอด

วัดเจ็ดยอด

เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ 7

เป็นที่สังคายนาพระไตรปิฎก ครั้งที่ 8

พระเจ้า 700 ปี (สร้างปี 2539) กับพระพุทธชัยมงคลอายุ 1,500 ปี

พระเจ้า 700 ปี (สร้างปี 2539) กับพระพุทธชัยมงคลอายุ 1,500 ปี

เจดีย์ซ้ายบรรจุอัฐิพระเจ้าติโลกราช เจดีย์ขวาบรรจุพระแก่นจันทร์

เจดีย์ซ้ายบรรจุอัฐิพระเจ้าติโลกราช เจดีย์ขวาบรรจุพระแก่นจันทร์

ที่ตรงนี้เคยเป็นวิหารหลวงเพื่อใช้เป็นที่สังคายนา แต่ปัจจุบันพังไปหมดแล้ว ที่เห็นนี้สร้างใหม่

ที่ตรงนี้เคยเป็นวิหารหลวงเพื่อใช้เป็นที่สังคายนา แต่ปัจจุบันพังไปหมดแล้ว ที่เห็นนี้สร้างใหม่

 

วัดโลกโมฬี

วัดโลกโมฬีแต่เดิมชื่อวัดโลกเป็นวัดที่พระเจ้ากือนาทรงให้คณะสงฆ์ของพระมหาอุทุมพรบุปผามาพัก และต่อมาปี พ.ศ. 2070 พระเมืองแก้วโปรดให้สร้างวิหารและมหาเจดีย์ หลังจากนั้นก็มีการเพิ่มเติมโดยบรรจุอัฐิอย่างเดียวของพระเมืองเกษในปี พ.ศ. 2088 และพระนางวิสุทธิเทวีในปี พ.ศ. 2121

วิหารและมหาเจดีย์ วัดโลกโมฬี

วิหารและมหาเจดีย์ วัดโลกโมฬี

พระประธานวัดโลกโมฬี

พระประธานวัดโลกโมฬี

รายละเอียดสวยตั้งแต่วัดจนถึงใบโพธิ์

รายละเอียดสวยตั้งแต่วัดจนถึงใบโพธิ์

มืดแล้วเลิกเที่ยวไปถนนคนเดินครับ

มืดแล้วเลิกเที่ยวไปถนนคนเดินครับ

วัดพระสิงห์ เป้าหมายวันพรุ่งนี้

วัดพระสิงห์ เป้าหมายวันพรุ่งนี้

ของขายแบบถนนคนเดินทั่วไป

ของขายแบบถนนคนเดินทั่วไป

พบเห็นไปทั่ว

ของขายเก๋ๆก็เยอะ

แต่ถนนคนเดินที่นี่พิเศษตรงที่ยาว และเยอะมาก

แต่ถนนคนเดินที่นี่พิเศษตรงที่ยาว และเยอะมาก

เรียกได้ว่ายาวที่สุดที่ผมเคยไปมาละ

เรียกได้ว่ายาวที่สุดที่เคยไปมาละ

...

เดินจนเมื่อยอยากออกแหล่ว

เดินจนเมื่อยอยากออกแหล่ว

ขากลับเดินไม่ไหว ดีที่เด็กดอยเจ้าถิ่นเขารู้เส้นทางของรถแดงเลยโดดขึ้นรถกลับเลย

ขากลับเดินไม่ไหว ดีที่เด็กดอยเจ้าถิ่นเขารู้เส้นทางของรถแดงเลยโดดขึ้นรถกลับเลย

ช่วงที่ไปเชื่อไหม โรงแรมเต็มหมดทุกที่จนต้องไปหาในย่านถนนนิมมานเหมินทร์เอส.ที.อพาทเมนต์พักเอา ก็ดีได้ราคาถูกด้วย

ช่วงที่ไปเชื่ยงไหม โรงแรมเต็มหมดทุกที่จนต้องไปหาในย่านถนนนิมมานเหมินทร์เอส.ที.อพาทเมนต์พักเอา ก็ดีได้ราคาถูกด้วย

ละแวกนี้ก็เคยพักอยู่บ้าง อันนี้ All Season ตอนไปยังทำไม่เสร็จ มันก็ยังไม่เสร็จจริงๆน่ะแหล่ะ แพงห้องแคบ

ละแวกนี้ก็เคยพักอยู่บ้าง อันนี้ All Season ตอนไปยังทำไม่เสร็จ มันก็ยังไม่เสร็จจริงๆน่ะแหล่ะ แพงห้องแคบ

แถวนั้นกว้างมาหน่อยก็ Furama ที่ดัดแปลงมาจากโรงแรมเก่า แต่หัวถึงหมอนนอนหลับ เช้ามาออกเดินทาง นอนที่ไหนก็เหมือนๆกันน่ะนะ

แถวนั้นกว้างมาหน่อยก็ Furama ที่ดัดแปลงมาจากโรงแรมเก่า แต่หัวถึงหมอนนอนหลับ เช้ามาออกเดินทาง นอนที่ไหนก็เหมือนๆกันน่ะนะ

เชียงใหม่ภูคำ จะมีสองราคา ตึกใหม่ประมาณพันหนึ่ง ตึกเก่าประมาณหกร้อย ในภาพนี่คือตึกเก่า

เชียงใหม่ภูคำ จะมีสองราคา ตึกใหม่ประมาณพันหนึ่ง ตึกเก่าประมาณหกร้อย ในภาพนี่คือตึกเก่า

มื้อเย็นกินแถวถนนนิมมานฯนั่นแหล่ะครับ มีลูกชิ้นยักษ์พอลองแล้ว ไม่อร่อยเลย แถวนี้ร้านที่เคยแวะก็ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีราเม็งรสงั้นๆ กับไอ้สลัดที่อร่อยดีเหมือนกันมีให้เลือกออปชั่นมากมาย แต่แพงนิดนึง

มื้อเย็นกินแถวถนนนิมมานฯนั่นแหล่ะครับ มีลูกชิ้นยักษ์พอลองแล้ว ไม่อร่อยเลย แถวนี้ร้านที่เคยแวะก็ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีราเม็งรสงั้นๆ กับไอ้สลัดที่อร่อยดีเหมือนกันมีให้เลือกออปชั่นมากมาย แต่แพงนิดนึง

เอ้า เด็กๆ กินโนมมมมมม

เอ้า เด็กๆ กินโนมมมมมม

ร้านเค้ก mont blanc ก็อร่อยดีนะ

ร้านเค้ก mont blanc ก็อร่อยดีนะ

เริ่มวันที่สองว่าจะวางแผนที่แต่ละวัน แต่วันนี้เที่ยวทั้งวันแล้วกูเกิ้ลแมพมันเอ๋อ เอาเป็นว่าไม่เริ่มด้วยแผนที่ มาเริ่มด้วยมื้อเช้าแทนดีกว่า

เช้าอย่างนี้ก็ต้องกินโจ๊ก เด็กดอยเจ้าถิ่นเขาว่าต้องร้านสมเพชร

เช้าอย่างนี้ก็ต้องกินโจ๊ก เด็กดอยเจ้าถิ่นเขาว่าต้องร้านสมเพชร

อีกเจ้าหนึ่งที่อร่อยแนะนำกันคือร้านโจ๊กต้นพยอม ซึ่งผมแยกไม่ออกหรอกต่างกันยังไง 555

อีกเจ้าหนึ่งที่อร่อยแนะนำกันคือร้านโจ๊กต้นพยอม ซึ่งผมแยกไม่ออกหรอกต่างกันยังไง 555

 

วัดกู่เต้า

วัดทรงแปลกชื่อกู่เต้าก็มาจากที่เก็บสถูปลักษณะคล้ายน้ำเต้านี่แหล่ะ วัดนี้มีกล่าวในพงศาวดารสมัยพญายอดเชียงรายเมื่อปี พ.ศ. 2035 กล่าว่า “มีราชบุตรของพญาเมืองใต้นามว่า สุริยวงศ์ มาบวชที่วัดเวฬุวันกู่เต้าหัวเมืองเชียงใหม่” (วัดนี้มีอีกชื่อคือ วัดเวฬุวนารามวิหาร) ลักษณะศิลปะที่มีอยู่บนกู่เต้านี้มีเค้าโครงมาจากอิทธิพลตะวันตกที่มีต่ออาณาจักรล้านนาสมัยพม่าทำไม้สัมปทานอังกฤษ

วัดกู่เต้า

วัดกู่เต้า

...

 

วัดเชียงมั่น

วัดเชียงมั่นจะว่าเป็นบทกำเนิดแห่งเมืองเชียงใหม่เลยก็ว่าได้ พระรูปสามกษัตริย์ที่เห็นหน้าศาลากลางจังหวัด (เก่า) นั้นก็มาจากที่นี่แหล่ะ ในปี พ.ศ. 1833 พญาเม็งราย พญางำเมือง และ พญาร่วงได้มาก่อตั้งหอนอน (หอาชมณเฑียร) และวัดเชียงมั่นขึ้นที่นี่ พร้อมๆกับสร้างเมืองเชียงใหม่ พอสร้างเมืองเชียงใหม่เสร็จจึงสร้างเจดีย์ทับหอนอนเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พระเกศาธาตุ ซึ่งถือว่าวัดเชียงมั่นนี้เป็นพระอารามแห่งแรกที่พญาเม็งรายก่อตั้งขึ้นเลยทีเดียว

วัดเชียงมั่น

วัดเชียงมั่น

พระประธาน

พระประธาน

ของสำคัญของที่นี่คือพระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว สลักจากหินควอตซ์สีขาวขุ่น (หินเขี้ยวหนุมาน) ที่พญาเม็งรายอัญเชิญมาจากเมืองหริภัญไชย

ของสำคัญของที่นี่คือพระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว สลักจากหินควอตซ์สีขาวขุ่น (หินเขี้ยวหนุมาน) ที่พญาเม็งรายอัญเชิญมาจากเมืองหริภัญไชย

ภาพเขียนฝาผนังถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น

ภาพเขียนฝาผนังถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งนั้น

ด้านในมีพระพุธรูปสลักศิลาปางทรมานช้างนาฬาคีรีฝีมือสกุลช่างปาละ (พุทธศตวรรษที่ 13-14)

ด้านในมีพระพุธรูปสลักศิลาปางทรมานช้างนาฬาคีรีฝีมือสกุลช่างปาละ (พุทธศตวรรษที่ 13-14)

พระเจดีย์ช้างล้อมอายุเกือบ 700 ปี

พระเจดีย์ช้างล้อมอายุเกือบ 700 ปี

วัดเชียงมั่น

วัดเชียงมั่น

กำแพงเมืองเดิม

กำแพงเมืองเดิม

 

หอศิลปวัฒนธรรม

หอศิลปวัฒนธรรม หรือแต่เดิมเคยเป็นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ที่มีอนุสาวรีย์สามกษัตริย์นั่นแหล่ะ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2467 ตั้งอยู่บริเวณสะดือเมืองในอดีต เคยเป็นที่ตั้งของเสาอินทขิลหรือเสาหลักเมือง (ปัจจุบันย้ายไปที่เจดีย์หลวงแล้ว) ตอนไปในทริปที่นี่ปิดน่ะ แต่โชคดีไปทำงานแถวนั้นเลยได้ลองแวะเข้าไป

หอศิลปวัฒนธรรม

หอศิลปวัฒนธรรม

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

อนุสาวรีย์สามกษัตริย์

ช่วงแรกจะมีฉายวิดีทรรศน์เกี่ยวกับจังหวัด

ช่วงแรกจะมีฉายวิดีทรรศน์เกี่ยวกับจังหวัด

รกรากดั้งเดิมของคนแถวนี้ ก่อนประวัติศาสตร์

รกรากดั้งเดิมของคนแถวนี้ ก่อนประวัติศาสตร์

การวางผังเมืองโดยอิงดวงเมืองเป็นหลัก จะเห็นว่าทิศต่างๆจะมีวัดสำคัญๆอยู่โดยเชื่อเรื่องทักษาเมือง คือควรจะมีวัดสำคัญในแต่ละทิศ เพราะถ้า เมือง มีเทวดาคุ้มภัยให้ทั้งแปดทิศก็จะเจริญไปชั่วกัลปาวสาน

การวางผังเมืองโดยอิงดวงเมืองเป็นหลัก จะเห็นว่าทิศต่างๆจะมีวัดสำคัญๆอยู่โดยเชื่อเรื่องทักษาเมือง คือควรจะมีวัดสำคัญในแต่ละทิศ เพราะถ้า เมือง มีเทวดาคุ้มภัยให้ทั้งแปดทิศก็จะเจริญไปชั่วกัลปาวสาน

ดวงเมืองสร้างเมืองก็เหมือนชีวิตเมือง นักโหราศาสตร์ของเมืองทำนายว่าหัวเมืองของเชียงใหม่ควรจะหันหน้าเข้าสู่ทิศเหนือ ซึ่งจะนำศิริมงคลมาให้ ผังเมืองเชียงใหม่เป็นรูปทรงเรขาคณิต

ดวงเมืองสร้างเมืองก็เหมือนชีวิตเมือง นักโหราศาสตร์ของเมืองทำนายว่าหัวเมืองของเชียงใหม่ควรจะหันหน้าเข้าสู่ทิศเหนือ ซึ่งจะนำศิริมงคลมาให้ ผังเมืองเชียงใหม่เป็นรูปทรงเรขาคณิต

รูปจำลองบรรยายอดีต

รูปจำลองบรรยายอดีต

...

...

วัดเชียงมั่น เริ่มต้นเชียงใหม่

วัดเชียงมั่น เริ่มต้นเชียงใหม่

จำลองชีวิตคนสมัยก่อน

จำลองชีวิตคนสมัยก่อน

การสร้างบ้าน

การสร้างบ้าน

เงินสมัยก่อน

เงินสมัยก่อน

...

...

อันนี้หุ่นเท่าคนจริง

อันนี้หุ่นเท่าคนจริง

ด้านบน

ด้านบน

ผู้คนมากมาย

ผู้คนมากมาย

ด้านล่างมีห้องแสดงศิลปะสมัยใหม่

ด้านล่างมีห้องแสดงศิลปะสมัยใหม่

 

วัดอินทขีล (สะดือเมือง)

ด้านข้างนอกรั้วของหอศิลปวัฒนธรรมก็มีวัดอินทขีลสะดือเมือง ที่สร้างโดยพญาเม็งรายเมื่อประมาณปี พ.ศ. 1839 ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่พอดี โดยสร้างขึ้นเพื่อให้เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมือง โดยในตำนานพื้นเมืองเหนือกล่าวถึงการบูชาเสาอินทขิลไว้ว่า พระอินทร์ได้ประทานให้ลัวะในสมัยการสร้างเวียงนพบุรี โดยเศรษฐีลัวะ9 ตระกูล พระฤาษีให้กุมภัณฑ์ 2 ตน เอาเสาอินทขิลใส่สาแหรกหามนำไปประดิษฐานไว้ ณ แท่นกลางเมืองนพบุรี ให้ชาวเมืองของลัวะสักการะบูชาก่อนที่จะกลายเป็นเมืองร้าง

กระทั่งพญามังราย ได้สุบินนิมิตรไล่ตามกวางเผือกจนมาพบชัยภูมิที่ดี จึงมีดำริจะสร้างเมืองขึ้นใหม่ พ.ศ.1835 ก่อนสร้างเมืองเชียงใหม่ พญามังรายได้มาสำรวจพื้นที่บริเวณเมืองนพบุรีร้าง ได้พบซากเสาอินทขิลและรูปกุมภัณฑ์ ณ ที่กลางเมืองนั้น จึงมีบัญชา ให้เสนาชื่อ สรีกรชัย แต่งเครื่องบรรณาการไปหาพญาลัวะบนดอยสุเทพ พญาลัวะจึงแนะนำว่า หากเจ้าพญามังรายจะสร้างเมือง ขึ้นใหม่ให้อยู่เย็นเป็นสุขก็ให้บูชากุมภัณฑ์และเสาอินทขิล เมื่อพญามังรายสร้างเมืองนพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่แล้ว จึงโปรดให้ยกรูปกุมภัณฑ์และเสาอินทขิลที่ประดิษฐานในบริเวณสะดือเมืองขึ้นมาเพื่อให้คนสักการะกราบไหว้ตามคำแนะนำของพญาลัวะ

คำว่าอินทขีลนี้เป็นภาษาบาลีแปลว่าเสาหินหรือเสาหลักเมือง แต่ชาวบ้านชอบเรียกว่าวัดสะดือเมืองเพราะอยู่กลางเมือง ดังนั้นจึงให้ชื่อว่าวัดอินทขีลสะดือเมือง จะได้ไม่ต้องทะเลาะกัน

ใครสนใจอ่านเพิ่มเติม ได้ที่นี่ (จังหวัดนี้ดีแฮะ มีเวบไซท์ส่วนตัวทุกวัดเลย)

วัดอินทขีลสะดือเมือง

วัดอินทขีลสะดือเมือง

เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเป็นเจดีย์ ทรงกลมฐานสี่เหลี่ยม มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 แต่เจดีย์องค์ในที่ถูกห่อหุ้มเป็นเจดีย์แบบสี่เหลี่ยมที่ได้รับอิทธิพลมาจากหริภุญไชยบริเวณที่สร้างเจดีย์แปดเหลี่ยมเคยเป็นสถานที่พญามังรายต้องอัสนีบาตสวรรคต ต่อมาพระยาไชยสงคราม ราชโอรสทรงสร้างเจดีย์บรรจุพระอัฐิไว้

เจดีย์ทรงสี่เหลี่ยมเป็นเจดีย์ ทรงกลมฐานสี่เหลี่ยม มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21 แต่เจดีย์องค์ในที่ถูกห่อหุ้มเป็นเจดีย์แบบสี่เหลี่ยมที่ได้รับอิทธิพลมาจากหริภุญไชยบริเวณที่สร้างเจดีย์แปดเหลี่ยมเคยเป็นสถานที่พญามังรายต้องอัสนีบาตสวรรคต ต่อมาพระยาไชยสงคราม ราชโอรสทรงสร้างเจดีย์บรรจุพระอัฐิไว้

หลวงพ่อขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบล้านนา มีพระพักตร์อิ่มเอิบ ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ทำให้ผู้ที่มากราบไหว้บูชาได้รับความสุขใจ และสงบใจ และทำให้เกิดความรู้สึกที่มั่นใจและมีความหวัง ที่จะประกอบการงานใดเป็นประดุจหนึ่งว่า "ท่านจงทำดีเถิด ทำงานเถิด แล้วจะประสบผลสำเร็จ สมความปรารถนาทุกประการ"

หลวงพ่อขาว ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแบบล้านนา มีพระพักตร์อิ่มเอิบ ดุจพระจันทร์ในวันเพ็ญ ที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตา ทำให้ผู้ที่มากราบไหว้บูชาได้รับความสุขใจ และสงบใจ และทำให้เกิดความรู้สึกที่มั่นใจและมีความหวัง ที่จะประกอบการงานใดเป็นประดุจหนึ่งว่า “ท่านจงทำดีเถิด ทำงานเถิด แล้วจะประสบผลสำเร็จ สมความปรารถนาทุกประการ”

จะทำเสาหลักอินทขีลใหม่มั้ง

จะทำเสาหลักอินทขีลใหม่มั้ง

เสาหินแถวนั้น

เสาหินแถวนั้น

 

วัดเจดีย์หลวง

วัดเจดีย์หลวงนี้สร้างในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 20 โดยพระเจ้าแสนเมืองสั่งสถาปนาขึ้น แล้วให้ก่อกูฏเจดีย์หลวงสูงใหญ่เพื่อถวายให้พระเจ้ากือนาพระราชบิดา ฐานกว้าง 7 วา สูง 12 วา (สร้างเสร็จในสมัยพระเจ้าสามฝั่งแกน) ต่อมามีการต่อเติมในสมัยพระเจ้าติโลกราชจนเป็นฐานกว้าง 27 วา สูง 43 วา นำพระบรมสารีริกธาตุจากลังกาประดิษฐานไว้ในเจดีย์ และพระแก้วมรกตจากนครลำปางหลวงมาประดิษฐานไว้ในซุ้มจรนัมด้านตะวันออก หลังจากนั้นก็มีการบูรณะมาตลอดจนมาถึงปี พ.ศ. 2088 สมัยพระนางจิรประภามหาเทวี เกิดแผ่นดินไหวขึ้นจนยอดพังลงมาจนเป็นอย่างที่เห็นนี้

ตอนไปทริปพม่าไกด์ชาวพม่าก็พูดถึงเจดีย์นี้เหมือนกันว่าเจดีย์มิงกุนก็มีความคล้ายกับเจดีย์หลวงหลายประการ จากตอนสร้างที่ต้องการสร้างเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าเจดีย์หลวงแห่งล้านนา สามารถมองเห็นได้ไกลถึงกำแพงเมืองจีน แต่น่าเสียดายที่เสียหายจากแผ่นดินไหวทั้งคู่ (บางที่อ้างว่าเจดีย์มิงกุนต้องการสร้างให้ใหญ่กว่าพระปฐมเจดีย์ที่ในตอนนั้นใหญ่ที่สุดในสุวรรณภูมิ แต่พอลองเทียบจากที่ไกด์พูดแล้ว ผมว่าเขาต้องการเทียบกับเจดีย์หลวงนี้ตามที่ไกด์บอกหล่ะฮะ เพราะในตอนสร้างเจดีย์มิงกุนนั้น เจดีย์หลวงสูง 43 วา แต่พระปฐมเจดีย์สูง 42 วา ก่อนจะมีการสร้างเจดีย์ครอบในสมัย ร.4 ซึ่งตอนนั้นเจดีย์มิงกุนถูกแผ่นดินไหวทำลายไปเรียบร้อยแล้วล่ะ)

วัดเจดีย์หลวง เสาหลักเมืองนั้นอยู่ทางซ้าย ซึ่งตอนไปปิดซ่อมอยู่

วัดเจดีย์หลวง เสาหลักเมืองนั้นอยู่ทางซ้าย ซึ่งตอนไปปิดซ่อมอยู่

...

เจดีย์หลวง ยอดหักเพราะแผ่นดินไหว

เจดีย์หลวง ยอดหักเพราะแผ่นดินไหว

...

...

...

พระใหม่ในบริเวณวัด

พระใหม่ในบริเวณวัด

 

วัดพันเตา

วัดพันเตาข้างๆวัดเจดีย์หลวง วัดนี้ไม่เก่าอะไรมาก สร้างในสมัยพระเจ้าอินทวิชยานนท์ ปี พ.ศ. 2418 จุดเด่นของวัดนี้มีพระวิหารหอคำหลวงที่งดงามมาก

วัดพันเตา

วัดพันเตา

เจดีย์วัดพันเตา

เจดีย์วัดพันเตา

เทียบกับตอนที่ไปถ่ายมาเมื่อปี 2010

เทียบกับตอนที่ไปถ่ายมาเมื่อปี 2010

ในบริเวณวัด

ในบริเวณวัด

 

วัดพระสิงห์

วัดพระสิงห์เดิมชื่อวัีเชียงสร้างในสมัยพระเจ้าผายู ต่อมาในสมัยพระเจ้าแสนเมือง เจ้ามหาพรหมได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงส์มาจากเมืองกำแพงเพชรหวังนำไปให้พระเจ้าแสนเมือง แต่ระหว่างทางมีเหตุขัดข้องจึงต้องมาประดิษฐานไว้ที่วัดลีเชียงนี้แทน จึงเรียกกันว่าวัดพระสิงห์แต่นั้นมา

ประวัติพระสิงห์ตามตำนานชินกาลมาลีปกรณ์กล่าวว่ากษัตริย์สุโขทัยได้ส่งฑูตไปขอพระสิงห์จากพระเจ้ากรุงสิงหล (ลังกา) โดยนำมาไว้ที่นครศรีธรรมราชก่อน แล้วก็ประดิษฐานเปลี่ยนเมืองเรื่อยมาเช่นชัยนาท อยุธยา กำแพงเพชร และสุดท้ายก็มาที่เชียงใหม่

วัดพระสิงห์

วัดพระสิงห์

หลวงพ่อโต

หลวงพ่อโต

รูปปั้นผู้สร้าง

รูปปั้นผู้สร้าง

พระสิงห์จริงอยู่ข้างหลังนี้

พระพุทธสิหิงส์

cm089

อีกหนึ่งพระสำคัญคือพระเจ้าทองทิพย์ที่พระเจ้าติโลกราชทรงสั่งให้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2020 ในโอกาสสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ที่เห็นนี้คือองค์จำลอง (แต่ของจริงอยู่ไหนไม่รู้)

อีกหนึ่งพระสำคัญคือพระเจ้าทองทิพย์ที่พระเจ้าติโลกราชทรงสั่งให้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2020 ในโอกาสสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 8 ที่เห็นนี้คือองค์จำลอง (แต่ของจริงอยู่ไหนไม่รู้)

ศิลปะในอุโบสถ

ศิลปะในอุโบสถ

...

กู่อัฐิพญาคำฟูที่พญาผายู (ลูก) ให้สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1888 ต่อมาโดนแผ่นดินไหวพัง จนมาปี พ.ศ. 2324 เจ้ากาวิละ เจ้าหลวงเมืองเชียงใหม่พระองค์แรก นำพระธาตุมาใส่

...

กู่อัฐิพญาคำฟู สมัยครูบาศรีวิชัยมาปฏิสังขรณ์วัดนี้พบโกศบรรจุอัฐิพร้อมสมบัติ แต่ไม่แน่ในว่ามาจากกู่นี้ หรือมหาเจดีย์ข้างๆ

...

พญาเม็งราย

พอหลังจากนี้ก็ไปเที่ยวชมเมืองโบราณเวียงกุมกามต่อในครึ่งบ่าย (ซึ่งจะแยกเขียนในบลอกอื่น) จากนั้นก็ขับรถกลับไปนอนพิษณุโลกแล้วครับ จบเที่ยวเชียงใหม่ช่วงแรก มาต่อที่เที่ยวเชียงใหม่ช่วงที่สอง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่

ก็พิพิธภัณฑ์ที่เก็บโบราณวุตถุสำคัญๆในเขตแถวนี้ไว้น่ะ มีอะไรบ้างมาชมบางส่วนกัน

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงใหม่

ข้างนอกมีเตาเผาโบราณโชว์อยู่

ข้างนอกมีเตาเผาโบราณโชว์อยู่

ซุ้มปราสาทเป็นศิลปะแบบพม่าที่แผ่เข้ามาในช่วงที่ปกครองล้านนา

ซุ้มปราสาทเป็นศิลปะแบบพม่าที่แผ่เข้ามาในช่วงที่ปกครองล้านนา

ภาพพระบฏ อายุราวช่วงพระเจ้าติโลกราช

ภาพพระบฏ อายุราวช่วงพระเจ้าติโลกราช

...

แผงพระพิมพ์จากวัดเจดีย์สูง อ.ฮอด

แผงพระพิมพ์จากวัดเจดีย์สูง อ.ฮอด

เศียรพระพุทธรูปแสนแซว่ จากวัดยางกวง อ.เมืองเชียงใหม่ สูง 182 ซม. น่าจะมีอายุช่วงพระเจ้าติโลกราช

เศียรพระพุทธรูปแสนแซว่ จากวัดยางกวง อ.เมืองเชียงใหม่ สูง 182 ซม. น่าจะมีอายุช่วงพระเจ้าติโลกราช

เทียบกับคน

เทียบกับคน

กระดูกช่วงก่อนประวัติศาสตร์

กระดูกช่วงก่อนประวัติศาสตร์

ศิลปะปูนปั้นจากที่ต่างๆ

ศิลปะปูนปั้นจากที่ต่างๆ

...

...

พระพุทธรูปแบบสุโขทัย

พระพุทธรูปแบบสุโขทัย

พระสิงห์...

พระสิงห์เขาว่ามีสององค์องค์หนึ่งอยู่ที่นี่ อีกองค์หนึ่งอยู่ที่วัด

จำลอง

จำลอง

รูปเจ้าเมืองเชียงใหม่

รูปเจ้าเมืองเชียงใหม่

 

วัดพระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพสร้างในปี พ.ศ. 1927 สมัยพญากือนา โดยนำพระบรมสารีริกธาตุส่วนพระองค์มาบรรจุไว้ที่นี่ โดยเสี่ยงโชคให้ช้างเลือกที่ประดิษฐาน จนมันมาหยุดที่ดอยสุเทพนี้แล้วร้อง 3 ครั้ง พร้อมกับทำทักษิณาวัตร 3 รอบ แล้วล้มลง พระองค์จึงตัดสินใจสร้างที่นี่แหล่ะ จึงสั่งขุดดินลึก 8 ศอก กว้าง 6 วา 3 ศอก หาแท่นหินใหญ่ 6 แท่น มาวางเป็นรูปหีบใหญ่ในหลุม แล้วอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุลงประดิษฐานไว้ จากนั้นถมด้วยหิน แล้วก่อพระเจดีย์สูง 5 วา ครอบบนนั้น (เลยห้ามใส่รองเท้า กับสตรีเข้าไปไงล่ะ) จากนั้นก็มีการบูรณะเรื่อยมา เช่น สมัยพระเมืองเกษเกล้าได้โปรดฯให้เสริมพระเจดีย์ให้สูงกว่าเดิม เป็นกว้าง 6 วา สูง 11 ศอก พร้อมทั้งให้ช่างนำทองคำทำเป็นรูปดอกบัวทองใส่บนยอดเจดีย์ในปี พ.ศ. 2081 หรือสมัยเจ้าท้าวทรายคำ ราชโอรสก็ให้ตีทองคำเป็นแผ่นติดที่พระบรมธาตุ

อีกเรื่องราวหนึ่งของพระธาตุดอยสุเทพนี้ที่เห็นจะไม่กล่าวไม่ได้คือการสร้างทางขึ้นพระธาตุ ในปี พ.ศ. 2100 พระมหาญาณมงคลโพธิ์ วัดอโศการาม เมืองลำพูนได้สร้างบันไดนาคหลวงทั้ง 2 ข้าง หรือสมัยครูบาศรีวิชัย ที่รวมแรงศรัทธาชาวบ้านร่วมกันสร้างถนนขึ้นไปยังพระธาตุที่มีความยาวถึง 11.53 กิโลเมตร

ใครสนใจเพิ่มเติมไปอ่านทางนี้

ทางขึ้นพระธษตุดอยสุเทพ

ทางขึ้นพระธษตุดอยสุเทพ

ของขายตามทางขึ้น

ของขายตามทางขึ้น

บันไดนาค 306 ขั้น

บันไดนาค 306 ขั้น

เด็กดอย

เด็กดอย

ถึงละ

ถึงละ

...

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

...

...

...

...

...

พิพิธภัณฑ์ วันที่ไปน่ะ ...ปิด

พิพิธภัณฑ์ วันที่ไปน่ะ …ปิด

มาอีกทีตอนไปทริปน่าน คราวนี้ไม่พลาด

มาอีกทีตอนไปทริปน่าน คราวนี้ไม่พลาด

ดาบเงิน

ดาบเงิน

...

มองเห็นเมืองทั้งเมืองเลย

มองเห็นเมืองทั้งเมืองเลย

ตอนเย็นลงมากินแถวหน้า มช.นี่ล่ะ

ตอนเย็นลงมากินแถวหน้า มช.นี่ล่ะ

ลานจอดรถ

ลานจอดรถ

อาหารก็ร้านข้าวต้มปกติ

อาหารก็ร้านข้าวต้มปกติ

เจดีย์ข้างทางก่อนไปนอน

เจดีย์ข้างทางก่อนไปนอน

 

วัดพระธาตุศรีจอมทอง

อ.จอมทองทางผ่านไปฮอด เดิมชื่อวัดวัดพระธาตุเจ้าศรีจอมทองเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระทักษิณโมลีธาตุ (พระเศียรเบื้องขวา) ของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในตำนานเขาว่าพระเจ้าอโศกมหาราช เป็นผู้อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ ดอยจอมทอง ตั้งแต่ปี พ.ศ. 218 ปัจจุบัน พระธาตุ ถูกบรรจุไว้ในพระโกศ 5 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่ภายใน พระวิหารจตุรมุข ก่ออิฐถือปูนทั้งองค์ มีฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส คล้ายพระเจดีย์ กว้าง 4 เมตร สูง 8 เมตร แต่หากตามประวัติของวัดเองกล่าวว่าสร้างขึ้นโดย พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช หรือ พระเมืองแก้ว กษัตริย์ราชวงศ์มังราย เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2060

สนใจเพิ่มเติมไปทางนี้ ประวัติที่หลากหลายใน wikipedia

พระธาตุศรีจอมทอง

พระธาตุศรีจอมทอง

ตอนไปต้องถอดรองเท้า แดดก็ร้อน หยุดถ่ายรูปไม่ได้เลย 555

ตอนไปต้องถอดรองเท้า แดดก็ร้อน หยุดถ่ายรูปไม่ได้เลย 555

องค์พระธาตุ

องค์พระธาตุ

...

...

...

...

...

...

ดาบ

วัดพระเจ้าโท้

วัดพระเจ้าโท้ (เด็กดอยบอกอ่านว่าวัดพระเจ้าโท่) เขาว่าเมื่อประมาณปีพ.ศ. 1200 ก่อนสถาปณาอาณาจักรหริภุญไชย พระนางจามเทวีได้เสด็จผ่านมาทางนี้พร้อมกับพญาแขนเหล็ก พญาบ่เพ็ก และพญาแสนโท จึงปรึกษากันสร้างเมืองที่นี่และให้ชื่อว่าเมืองพิศดาร ในช่วงล่มสลายจากการบุกของพม่าจึงเปลี่ยนเป็นเมืองฮอด (แห้งแล้ง อับจน) แทน

กำแพงเมืองเดิมที่เหลืออยู่

กำแพงเมืองเดิมที่เหลืออยู่

วัดใหม่และเก่า

วัดใหม่และเก่า

โบสถ์ทองจะสร้างคลุมพระเจ้าโท้ที่สมัยก่อนเป็นพระกลางแจ้งไว้

โบสถ์ทองจะสร้างคลุมพระเจ้าโท้ที่สมัยก่อนเป็นพระกลางแจ้งไว้

วัดเงินเป็นวัดใหม่

วัดเงินเป็นวัดใหม่

ข้างในสร้างได้สวยงาม

ข้างในสร้างได้สวยงาม

ติดรั้ววัดจะเห็นเจดีย์เก่าอยู่

ติดรั้ววัดจะเห็นเจดีย์เก่าอยู่

ต่อจากนี้ก็ เก็บตก มั่วในจังหวัดเชียงใหม่ล่ะครับ

ตอนไปเมื่อปี 2010 มีงานดอกไม้ตรงข้ามสนามกีฬา 700 ปี

ตอนไปเมื่อปี 2010 มีงานดอกไม้ตรงข้ามสนามกีฬา 700 ปี

...

...

...

...

...

...

บ้านไม้หอมฮิโนกิ ของเด่นที่นี่คือผลิตภัณฑ์จากไม้หอม

บ้านไม้หอมฮิโนกิ ของเด่นที่นี่คือผลิตภัณฑ์จากไม้หอม

...

...

...

ตลาดวโรรส หากต้องการของฝากคงขาดไม่ได้

ตลาดวโรรส หากต้องการของฝากคงขาดไม่ได้

...

ไส้อั่วอร่อยต้องดำรงค์ แน่นอนว่าอร่อยมาตลอด แต่พอมีอคติแล้วก็จะมีที่ว่า "เดี๋ยวนี้ต้องร้านนี้..." ซึ่งพอไปลองแล้ว เอ่อ...ไส้อั่วแกล้มเหล้าแกล้มเบียร์เหรอฮะ เผ็ดอิ๊บอ๋าย

ไส้อั่วอร่อยต้องดำรงค์ แน่นอนว่าอร่อยมาตลอด แต่พอมีอคติแล้วก็จะมีที่ว่า “เดี๋ยวนี้ต้องร้านนี้…” (ถ้าแต่ก่อนบอกว่าไม่อร่อยมาแต่แรกอันนี้ไม่แปลก) ซึ่งพอไปลองแล้ว เอ่อ…ไส้อั่วแกล้มเหล้าแกล้มเบียร์เหรอฮะ เผ็ดอิ๊บอ๋าย

สตอเบอรี่เม็ดใหญ่ๆ

สตอเบอรี่เม็ดใหญ่ๆ

อยู่ๆก็อยาก crop 100% มาซะเฉยๆ

อยู่ๆก็อยาก crop 100% มาซะเฉยๆ

วัดฟ้าฮ่าม แวะตอนไปกินข้าวซอย ไว้เก็บรูปมากกว่านี้ค่อยเขียนเป็นเรื่องเป็นราว

วัดฟ้าฮ่าม แวะตอนไปกินข้าวซอย ไว้เก็บรูปมากกว่านี้ค่อยเขียนเป็นเรื่องเป็นราว

พระประธาน

พระประธาน

เสมอใจฟ้าฮ่าม ก็อร่อยนะไปกินสองรอบมันก็เหมือนเดิม ตอนแรกที่ทำงานก็ว่าอร่อยแต่พอเกิดอคติการเมืองแล้วลิ้นเฝื่อนกระทันหัน ไม่อร่อยไปซะยังงั้น (รสค่อนข้างติดหวาน)

เสมอใจฟ้าฮ่าม ก็อร่อยนะไปกินสองรอบมันก็เหมือนเดิม ตอนแรกที่ทำงานก็ว่าอร่อยแต่พอเกิดอคติการเมืองแล้วลิ้นเฝื่อนกระทันหัน ไม่อร่อยไปซะยังงั้น (รสค่อนข้างติดหวาน)

ไปเชียงใหม่ก็หลายรอบว่าแล้วก็มีช่วงรวมร้านอาหารที่เคยแวะไปหน่อยละกัน

เกียรติโอชา ข้าวมันไก่ อร่อยดี เด่นที่น้ำจิ้ม

เกียรติโอชา ข้าวมันไก่ อร่อยดี เด่นที่น้ำจิ้ม

ร้านเลิศรสที่พี่ที่ทำงานมาต้องแวะ กับอาหารทะเลที่เลิศรส (ขา) แต่เค็มทุกเมนู (เรา)

ร้านเลิศรสที่พี่ที่ทำงานมาต้องแวะ กับอาหารทะเลที่เลิศรส (เขา) แต่เค็มทุกเมนู (เรา)

ร้านนี้จำชื่อไม่ได้ ผักกาดไรนี่ล่ะมั้ง

ร้านนี้จำชื่อไม่ได้ ผักกาดไรนี่ล่ะมั้ง

ตอนนั้นไปเยอะ รสชาติอร่อยแบบเฉยๆ แต่ที่ผมสั่งคือสตูลิ้นวัวก็...ปกติล่ะมั้ง แต่ถ้าเทียบกับของจิตโภชนาแล้วยังห่างชั้น

ตอนนั้นไปเยอะ รสชาติอร่อยแบบเฉยๆ แต่ที่ผมสั่งคือสตูลิ้นวัวก็…ปกติล่ะมั้ง แต่ถ้าเทียบกับของจิตโภชนาแล้วยังห่างชั้น

อีกละแวกนึงที่มีร้านอาหารเยอะคือริมน้ำ ออกแนวติดหรูนิดหน่อย อันนี้ร้านเฮือนสุนทรี เวชานนท์

อีกละแวกนึงที่มีร้านอาหารเยอะคือริมน้ำ ออกแนวติดหรูนิดหน่อย อันนี้ร้านเฮือนสุนทรี เวชานนท์

เป็นนักร้องเก่า อิงชื่อเสียงเก่าๆ มีร้องเพลงสดจากนักร้องรับจ้างทั่วไป

เป็นนักร้องเก่า อิงชื่อเสียงเก่าๆ มีร้องเพลงสดจากนักร้องรับจ้างทั่วไป

ร้านดูไฮ แต่รสไม่ไฮ เผ็ดบักเสี่ยวเชียว แต่น้ำพริกกับหมูย่างเนื้อย่างก็อร่อยดี ไว้คราวหน้าจะลองร้านแถวนี้ร้านอื่นน่าจะมีอร่อย

ร้านดูไฮ แต่รสไม่ไฮ เผ็ดบักเสี่ยวเชียว แต่น้ำพริกกับหมูย่างเนื้อย่างก็อร่อยดี ไว้คราวหน้าจะลองร้านแถวนี้ร้านอื่นน่าจะมีอร่อย

ผาลาด ตะวันรอน ร้านอาหารหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ วิ่งเส้นหลังมช.ขึ้นเขาไปไม่ไกล ร้านนี้อาหารอร่อยทุกอย่างครับ

ผาลาด ตะวันรอน ร้านอาหารหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ วิ่งเส้นหลังมช.ขึ้นเขาไปไม่ไกล
ร้านนี้อาหารอร่อยทุกอย่างครับ

ที่ไม่ควรพลาดคือ "เข้าห้องน้ำ" เพราะจุดชมวิวอยู่ในห้องน้ำครับ

ที่ไม่ควรพลาดคือ “เข้าห้องน้ำ” เพราะจุดชมวิวอยู่ในห้องน้ำครับ

ร้านชาเวียงจุมออน ที่กินชาสไตล์ไฮโซ ร้านนี้มีเงินอย่างเดียวกินไม่ได้นะเนี่ย รสธรรมดามากทั้งชาและเค้ก ชาปั่นก็ยังเป็นเกล็ดๆอยู่เลย ข้อดีคือมีเมนูให้เลือกเยอะที่พอเวลาสั่งแล้วดูเท่ห์ดีล่ะมั้ง

ร้านชาเวียงจุมออน ที่กินชาสไตล์ไฮโซ ร้านนี้มีเงินอย่างเดียวกินไม่ได้นะเนี่ย รสธรรมดามากทั้งชาและเค้ก อย่างอีไอติมที่เห็นในรูปก็รสประมาณไอติมวอลล์แบบกล่องแต่อร่อยน้อยกว่าหน่อย ชาปั่นก็ยังเป็นเกล็ดๆอยู่เลย ข้อดีคือมีเมนูให้เลือกเยอะที่พอเวลาสั่งแล้วดูเท่ห์ดีล่ะมั้ง
ปล.อย่าสั่งชาโมรอคโคหากไม่ชอบกินยาสีฟัน

ร้านเค้กกัดทีรักเลย love at first bite เมนูให้เลือกเยอะมาก

ร้านเค้กกัดทีรักเลย love at first bite เมนูให้เลือกเยอะมาก

ก็อร่อยดีนะ ยิ่งถ้าไปหลายคนสั่งหลายอย่างแล้วแบ่งกันนี่ยิ่งอร่อย

ก็อร่อยดีนะ ยิ่งถ้าไปหลายคนสั่งหลายอย่างแล้วแบ่งกันนี่ยิ่งอร่อย

...

ส่วนเรื่องราคาก็ตามเมนูในรูปบนนั้นเลย

เค้กมองบลังค์ นิมมานฯซอย 2,7 เค้กฝรั่งเศสสสไตล์ญี่ปุ่น (ร้านเดียวกับต้นๆบลอกนั่นแหล่ะ)

เค้กมองบลังค์ นิมมานฯซอย 2,7 เค้กฝรั่งเศสสสไตล์ญี่ปุ่น (ร้านเดียวกับต้นๆบลอกนั่นแหล่ะ)

เค้กอร่อยมาก มีความแตกต่าง

เค้กอร่อยมาก มีความแตกต่าง

แต่เครื่องดื่ม ...ไม่อร่อยเท่าไหร่

แต่เครื่องดื่ม …ไม่อร่อยเท่าไหร่

ม่อนระมิงค์ ออกจากเมืองเชียงใหม่ไปทาง อ.เชียงดาวจะพบข้างทางเป็นเวิ้งขายของที่เพิ่งเปิดใหม่

ม่อนระมิงค์ ออกจากเมืองเชียงใหม่ไปทาง อ.เชียงดาวจะพบข้างทางเป็นเวิ้งขายของที่เพิ่งเปิดใหม่

ตอนเช้าๆอยู่ดีๆก็นึกครึ้มอยากกินเค้กมาเฉยๆ เค้กกับน้ำอร่อยครับ

ตอนเช้าๆอยู่ดีๆก็นึกครึ้มอยากกินเค้กมาเฉยๆ เค้กกับน้ำอร่อยครับ

จบละครับเชียงใหม่ ที่เน้นไปทางเข้าวัดเข้าวาสักหน่อย (ไม่หน่อยแล้วล่ะ ทั้งเรื่องเลย 555) ตอนหน้าว่าจะไปต่อที่เมืองเก่ากว่า อยู่เหนือกว่านี้อย่างเชียงรายกัน (ถ้าไม่ขี้เกียจนะ 555)

ขอบคุณข้อมูลจาก : ททท. จังหวัดเชียงใหม่ กรมศิลปากร ลิงค์ที่แปะในเรื่อง และ wikipedia

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s