พระนคร Khmer Empire

ช่วงนี้กำลังมีข่าวดังกับเพื่อนบ้านอย่างกัมพูชาเรื่องเขาพระวิหาร ขอเกาะกระแสนิดนึงละกัน เพราะครั้งหนึ่งเราก็เคยไปมาตั้งนานแล้วนี่นา เลยถือโอกาสมาเขียนบลอกซะหน่อย ( “จะ” เขียนอยู่นาน แต่ทำใจเรื่องข้อมูลอยู่ เยอะมาก ประกอบกับตั้งใจจะเขียนเรื่องปราสาทหินพนมรุ้ง และปราสาทเขมรโบราณอื่นๆที่อีสานใต้ก่อน ค่อยไปดูตัวพ่อ แต่ท่าทางจะอีกนานกว่าจะได้ไป เลยจัดเลยละกัน)

ละแวกเอเซียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีอาณาจักรเก่าแก่ที่ยิ่งใหญ่อยู่มากมาย เช่น เวียดนามมีจาม ลาวมีล้านช้าง (ไม่เก่าเท่าไหร่หรอก) พม่ามีพุกาม ไทยมีเชียงแสน-ละโว้ แต่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสมัยก่อน และแผ่กระจายวัฒนธรรมไปทั่วคงไม่พ้นเขมร ถ้าติดตามเรื่องราวในตอนก่อนจะเห็นว่าศิลาจารึกในสยามประเทศนั้นมีการกล่าวถึง “พระนคร” บ่อยมาก ซึ่ง “พระนคร” ที่ว่านี้คือนครธมเมืองหลวงของขอมโบราณนั่นเอง ประเทศเราก็ได้รับวัฒนธรรมจากเขมรเรื่อยมา เช่นการสร้างเจดีย์ปรางค์เหลี่ยม การเริ่มใช้คำราชาศัพท์ หรือกษัตริย์เป็นสมมุติเทพอย่างเขมรในสมัยอยุธยา สำหรับประวัติอาณาจักรเขมรที่ยาวนานเท้าความไปถึงอาณาจักรฟูนัน เจนละอะไรนั่น ไม่ขอกล่าวถึงนะครับ ใครสนใจไปหาหนังสืออ่านเลย มันยาว อันนี้เน้นเที่ยวอย่างเดียว 555

ใครสนใจประวัติศาสตร์ไปอ่านที่ wikipedia เลยครับ ภาษาไทย   ภาษาอังกฤษ

ที่มาของทริปคือการศึกษาสิ่งปลูกสร้างโบราณของ อ.ธเรศ แต่…เราไม่ได้ลงหรอกนะ ตอนไปน่ะเรียนจบไปแล้ว ตอนเราเรียนน่ะได้ไปประเทศจีน คราวนี้ขอพ่วงไปด้วยเฉยๆ เดินเล่นสบายเลย ไม่ต้องทำรายงาน ทริปนี้ค่าใช้จ่ายประมาณหมื่นสองพันบาทนั่งรถตู้ยาวจากกรุงเทพถึงเสียมราฐ หลายคนอาจบอกว่าแพง เพราะทริปเขมรส่วนใหญ่ที่ไม่นั่งเครื่องจะไม่เกินหมื่น แต่เท่าที่ดูก็ถือว่าเป็นทัวร์เขมรที่ไปเยอะที่สุดที่นึงเลย เพราะอาจารย์จัดโปรแกรมเองรวมผู้ร่วมทริปทั้งหมด 11 คน

จุดนัดพบคืออาคารจอดรถรฟม.ลาดพร้าว เวลาเจ็ดโมงเช้า แต่ได้ออกจริงเกือบเก้าโมง เพราะต้องรอคนสวย สวยเหมือนกระเทยไร้การศัลยกรรมมาเสด็จมาถึงจึงจะล้อหมุนกันได้

รอกันเงกเลยทีเดียว

รอกันเงกเลยทีเดียว

จุดแวะกินข้าวกลางวัน

จุดแวะกินข้าวกลางวัน

ที่โรงเกลือมีบริการขนกระเป๋าข้ามแดนให้

ที่โรงเกลือมีบริการขนกระเป๋าข้ามแดนให้

ด่านอรัญยประเทศ

ด่านอรัญประเทศ ลักพาตัวหมูไปขายเขมร 555

ไกด์ชาวกัมพูชา คุณสุเพื่อน ตัวใหญ่แต่ใจดีครับ

ไกด์ชาวกัมพูชา คุณสุเพื่อน ตัวใหญ่แต่ใจดีครับ

ระหว่างเดินทางพบงานศพ ไกด์บอกว่าน่าจะเป็นงานศพเจ้าอาวาสจึงมีขบวนแห่ใหญ่

ระหว่างเดินทางพบงานศพ ไกด์บอกว่าน่าจะเป็นงานศพเจ้าอาวาสจึงมีขบวนแห่ใหญ่

กว่าจะมาถึงกันก็เย็นพอดี เนื่องจากเวลาไม่ได้ตามตารางเพราะเหตุผลข้างต้น จึงมีการเปลี่ยนโปรแกรมพอสมควร ไหนๆก็มาถึงเย็นแล้ว แวะที่เที่ยวแรกกันเลย

Phanom Bakheng

ปราสาทหินพนมบาเค็งเป็นหนึ่งในสามของปราสาทขอมทรงปิรามิด คือเกาะแกร์  ปราสาทบากอง และปราสาทพนมบาเค็งแห่งนี้ สร้างในสมัยพระเจ้ายะโสวรมันที่ 1 พ.ศ. 1432 – 1453 ซึ่งนับเป็นกษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งอาณาจักรขอมถัดจาก พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 – พระเจ้าชัยวรมันที่ 3 และพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 ดังหลักฐานที่ปรากฎในศิลาจารึกปราสาทสด๊อกก๊อกธม จังหวัดสระแก้ว กล่าวว่าเมื่อศรียโสวรธานาขึ้นครองราชเป็นกษัตริย์ทรงพระนามว่ายะโสวรมันพระองค์มีพราหมณ์ชื่อวามะศิวะ ซึ่งได้นำศิวะลึงค์ไว้บนยอดภูเขา “ศรียะโสธาระคีรี” เปรียบเมือนเขาพระสุเมรอันศักดิ์สิทธิ์เป็นที่สถิตของเหล่าทวยเทพ หลักการสร้างปราสาทแห่งนี้นอกจากตั้งอยู่บนยอดเขาสูงกว่า 75 เมตรแล้วยังมีหลักแห่งดาราศาสตร์ที่น่าทึ่งด้วย หลักที่ว่าเป็นยังไงมันยาว ผู้สนใจตามไปอ่านได้ ที่นี่ เลยครับ

ที่จริงปราสาทพนมบาเค็งแห่งนี้มีรูปแบบ และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายจุดด้วยกัน แต่ตอนที่ผมไป มุ่งแต่จะไปดูอาทิตย์ตก (ออกช้า-ถึงช้าด้วยแหล่ะ ไปถึงก็จะมืดแล้ว) เลยไม่ได้ถ่ายตัวปราสาทมาสักเท่าไหร่เลย

จากจุดจอดรถ ต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปประมาณ 800 เมตรถึงจะพบปราสาท

จากจุดจอดรถ ต้องเดินเท้าขึ้นเขาไปประมาณ 800 เมตรถึงจะพบปราสาท

คนรอชมตะวันตกดินกันเยอะเหมือนกัน

คนรอชมตะวันตกดินกันเยอะเหมือนกัน

เริ่มจับจองที่กันแล้ว

เริ่มจับจองที่กันแล้ว

สิงห์เฝ้าปราสาท

สิงห์เฝ้าปราสาท

เพราะเป็นปราสาทหิน ทางขึ้นก็เลยหิน (แคบ + สูง)

เพราะเป็นปราสาทหิน ทางขึ้นก็เลยหิน (แคบ + สูง)

อาร์ พระอาทิตย์ตกดิน แต่ไม่ได้รอดูจนมันตกหรอก เพราะกลัวมันตกแล้วมืดเดินลงลำบาก

อาร์ พระอาทิตย์ตกดิน แต่ไม่ได้รอดูจนมันตกหรอก เพราะกลัวมันตกแล้วมืดเดินลงลำบาก

ตะวันตกดิน มืดแล้ว สิงห์ก็นอนดีกว่า

ตะวันตกดิน มืดแล้ว สิงห์ก็นอนดีกว่า

ทางลงยิ่งเสียวกว่าเดิมเหอะ

ขาลงยิ่งเสียวกว่าเดิมเหอะ

ได้เวลาเอาสัมพาระเข้าไปเก็บ ที่พักตลอดทริปนี้คือโรงแรม Apsara angkor ซึ่งแถวนี้ก็เห็นแต่โรงแรมหรูๆอ่ะนะ

โรงแรมอัปสรา อังกอร์

โรงแรมอัปสรา อังกอร์

ภายใน

ภายใน

มากินมื้อเย็นที่ภัตราคารบันทายสรี

มากินมื้อเย็นที่ภัตราคารบันทายสรี

อาหารรสชาติไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่หรอก

อาหารรสชาติไม่ต่างจากไทยเท่าไหร่หรอก

บังเอิญมีงานแต่ง

บังเอิญมีงานแต่ง

บรรยากาศโรงแรมยามค่ำคืน

บรรยากาศโรงแรมยามค่ำคืน

ภายในห้องพักและนอกระเบียง

ภายในห้องพักและนอกระเบียง

เช้าวันใหม่ถึงเวลาเที่ยวเขมรแบบเต็มที่แล้ว วันนี้ที่เที่ยวส่วนใหญ่จะอยู่บนเทือกเขาพนมกุเลน

ห้องอาหาร

ห้องอาหาร

ชอบผักชีฝรั่งในข้าวต้มอ่ะ ใส่แล้วหอมดี

ชอบผักชีฝรั่งในข้าวต้มอ่ะ ใส่แล้วหอมดี

แน่นอนว่าคนสวยต้องมาช้า ระหว่างรอก็ไปถ่ายรูปตลาดแถวโรงแรม (อ๊ะ มีนมไทยเดนมาร์กด้วย)

แน่นอนว่าคนสวยต้องมาช้า ระหว่างรอก็ไปถ่ายรูปตลาดแถวโรงแรม (อ๊ะ มีนมไทยเดนมาร์กด้วย)

Phanom Kulen

ชื่อเทือกเขาพนม-กุเลนนี้แปลว่า “เทือกเขา – ลิ้นจี่” จากแต่ก่อนมีต้นลิ้นจี่เยอะ ตัวเทือกเขาสูงกว่า 800 เมตร ยาว 37 กิโลเมตร เป็นหนึ่งในเทือกเขาสำคัญของประเทศกัมพูชา เพราะนอกจากจะเป็นเทือกเขาใหญ่แล้วยังมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่เก่าแก่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 อีกด้วย (ประมาณปีพ.ศ. 1345) ซึ่งพระองค์ทรงประกาศตั้งเมืองหลวงใหม่หลังจากหลุดพ้นจากพวกชวา (อ๊ะๆ ถ้าอยากรู้เพิ่มเติมให้ไปอ่านลิงค์ที่ให้ไว้ข้างบน เรื่องฟูนัน-เจนละนะครับ) และกำเนิดลัทธิเทวราชาโดยให้พราหมณ์นามว่า “ศิวะไกรวัลย์” จากเมืองกัมปงจามเป็นผู้ประกอบพิธีกรรม โดยตั้งใจให้พนมกุเลนนี้เป็นดั่งมเหนทรบรรพตของกัมพูชา (มเหนทร คือพระศิวะ และแปลว่าภูเขา) ซึ่งหมายถึงยอดเขาไกรลาศอันเป็นยอดที่สูงที่สุดของยอดทั้ง 109 ในเขาพระสุเมรุราช อันเป็นที่อยู่ของพระศิวะและพระนางอุมาเทวี และทำแม่น้ำเสียมเรียบให้ศักดิ์สิทธิ์โดยการแกะสลักศิวลึงค์ที่ทางน้ำไหลผ่านเพื่อแทนแม่น้ำคงคาของประเทศอินเดีย

หลังจากประกาศใช้บริเวณเขาพนมกุเลนเป็นเมืองหลวงแล้ว เชื่อว่าพระเจ้าชัยวรมันไม่ได้ใช้ที่นี่เป็นเมืองหลักหรอก เพราะสูงอยู่บนภูเขา ลำบาก แต่เชื่อว่าบั้นปลายของชีวิตพระองค์กลับมายังเมืองหริหราลัยจนถึงวันสวรรคตในปี พ.ศ. 1393 ภายหลังการเสด็จสวรรคตได้รับพระนามว่า ”ปรเมศวร” จากนั้นก็ไม่มีการใช้ที่นี่เป็นเมืองหลวงอีกเลย จึงถูกปล่อยทิ้งร้างเหลือเพียงศิวลึงค์ และรูปแกะสลักเท่านั้น (และหลังจากนั้น 300 ปีก็มีการสร้างนครวัดด้วย ยิ่งถูกลืมไปใหญ่เลย)

บนยอดเขาพนมกุเลนนี้ที่เที่ยวที่แวะไปมีอยู่สามที่คือ วัดพระองค์ธม – ธารน้ำพันศิวลึงค์ – น้ำตกพนมกุเลน

วัดพระองค์ธม

วัดพระองค์ธม หรือวัดพระองค์ใหญ่ ชื่อนี้ได้มาจากบนวัดมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่แกะสลักจากหินภูเขาในปี พ.ศ. 1701 สมัยพระเจ้าศรีสุคนธบุตรและพระเจ้าองค์จันทร์ที่ 1 หลังจากนั้นจึงมีการสร้างวิหารครอบ ที่นี่ก็ต้องเดินขึ้นบันไดอีกเช่นกัน ทริปนี้เน้นเดินจริงๆ

ทางขึ้นมีของขายท้องถิ่นที่คาดว่านำมาจากในเมืองน่ะแหล่ะ เหมือนกันทุกที่ 555

ทางขึ้นมีของขายท้องถิ่นที่คาดว่านำมาจากในเมืองน่ะแหล่ะ เหมือนกันทุกที่ 555

ของขายที่พบ

ของขายที่พบ

ทางขึ้นวัด ขอทานเต็มเลย

ทางขึ้นวัด ขอทานเต็มเลย

พระสงฆ์นั่งสวดมนต์

พระสงฆ์นั่งสวดมนต์

เด็กๆแถวนั้น

เด็กๆแถวนั้น

วิหารพระนอน

วิหารพระลอยฟ้า

นอนกลับข้างกันกับของไทย ซึ่งก็ตามสภาพหินน่ะนะ

นอนกลับข้างกันกับของไทย ซึ่งก็ตามสภาพหินน่ะนะ

ลักษณะเท้า

ลักษณะเท้า

พระพักตร์

พระพักตร์

ทริปนี้ชอบแวะทำบุญ

ทริปนี้ชอบแวะทำบุญ

ขอทานอีกที

ขอทานอีกที

เด็กลูกแม่ค้า สู้กล้องน่าดู

เด็กลูกแม่ค้า สู้กล้องน่าดู

รถขนกล้วย เอ๊ะ ไหงให้กล้วยอยู่ข้างในล่ะ

รถขนกล้วย เอ๊ะ ไหงให้กล้วยอยู่ข้างในล่ะ

1,000 Linkars

ธารน้ำพันศิวลึงค์ หรือถ้าในโปรแกรมทัวร์มักจะเรียกว่าเทวาลัยใต้น้ำ หลักศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย ศิวลึงค์คือ อวัยวะเพศชายใช้แทนองค์พระศิวะ และฐานโยนีคืออวัยวะเพศหญิงใช้แทนพระนางอุมาเทวีชายาของพระศิวะ พอรวมกันก็หมายถึงต้นกำเนิดของสรรพสิ่งที่มีชีวิตทั้งมวล เชื่อกันว่าตราบใดที่อวัยวะทั้งสองอย่างนี้อยู่ด้วยกัน โลกจะมีแต่ความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรืองสำหรับการบูชาศิวลึงค์นั้น พราหมณ์จะเป็นผู้นำน้ำมาราดบนศิวลึงค์และน้ำที่รดนั้นจะไหลออกไปที่ช่องโยนี ลงไปสู่ท่อโสมสูตรประชาชนก็จะมารองรับน้ำนี้ไปดื่มกินกันโดยเชื่อกันว่าเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้

ด้วยเหตุนี้เองพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เลยจัดให้ทำศิวลึงค์บนเขาพนมกุเลนบนหินทรายที่อยู่ใต้ลำธารยาวกว่า 400 เมตร ซะเลยอันเป็นต้นน้ำของแม่น้ำเสียมเรียบ น้ำที่ไหลผ่านสิวลึงค์ทั้งพันองค์นี้ก็จะกลายเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ ให้ประชาชนมารองรับน้ำไปดื่มกินและใช้ในการเกษตรกรรม เพื่ออุดมสมบูรณ์จะได้ไปทั้งแผ่นดินเขมรอย่างทั่วถึง (บ้างก็ว่าศิวลึงค์ที่อยู่ใต้น้ำหนึ่งพันองค์ ใช้แทนฤาษีหนึ่งพันตนที่ช่วยสร้างอาณาจักรเขมรแห่งนี้)

มีการแกะศิวลึงค์ทางยาวกว่า 2 กิโลเมตร ที่สำคัญ ...ในน้ำ !!

มีการแกะศิวลึงค์ทางยาวกว่า 400 เมตร ที่สำคัญ …ในน้ำ !!

พลังศรัทธา

พลังศรัทธา

รูปแกะพระศิวะ

รูปแกะพระนารายณ์บรรทมสินธุ์ (มองกลับหัว)

พบเทือกเขามีตาน้ำอันเป็นแหล่งน้ำของเขาเทือกนี้อยู่

ตาน้ำบนเทือกเขาพนมกุเลน ต้นกำเนิดแม่น้ำเสียมเรียบ

Phanom Kulen waterfall

อาร์ หลุดจากเที่ยวประวัติศาสตร์แป้บนึง มาที่เที่ยวธรรมชาติ…ไม่ๆ ที่นี่เองก็มีการแกะสลักโบราณเช่นเดียวกัน

ตัวน้ำตกนี้เองมีการแบ่งชนชั้นอยู่

ชั้นแรกเป็นน้ำตกชั้นเล็กๆ ความสูง 2 เมตร เรียกว่าชั้น ”ศิวะ” ลงสรงน้ำได้แต่เฉพาะพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

ชั้นที่สองมีความสูง 3 เมตรเรียกว่าชั้น ”วิษณุ” ใช้ได้แต่พราหมณ์

ชั้นสุดท้ายคือชั้นที่สาม มีความสูง 60 เมตร สำหรับคนทั่วไป

แต่ปัจจุบันเป็นที่พักผ่านหย่อนใจในวันหยุด

แต่ละคนต้องหอบข้าวกล่องไปกินกันริมน้ำ

แต่ละคนต้องหอบข้าวกล่องไปกินกันริมน้ำ

มีศาลาให้นั่งกินข้าวกัน

มีศาลาให้นั่งกินข้าวกัน

อาหารกล่อง รสชาติปกติ ไม่ดี ไม่แย่อะไร

อาหารกล่อง รสชาติปกติ ไม่ดี ไม่แย่อะไร

กินเสร็จก็ถ่ายเด็กน้อยแถวนั้น

กินเสร็จก็ถ่ายเด็กน้อยแถวนั้น

เด็กน้อยชาวเขมร

เด็กน้อยชาวเขมร

คนนี้โตมาคงเซี้ยวน่าดู

คนนี้โตมาคงเซี้ยวน่าดู

น้ำตกพนมกุเลน

ชั้นหนึ่งอยู่ตรงไหนไม่รู้ ส่วนนี้น่าจะเป็นชั้นที่ 2 “พระวิษณุ”

ส่วนที่มีงานโบราณจะล้อมเขตไว้

รูปสลักนารายณ์บรรทมสินธุ์ (มองจากทางซ้าย)

เดินลงไปประมาณ 500 เมตร จะพบน้ำตกพนมกุเลนขั้นสูง

เดินลงไปประมาณ 500 เมตร จะพบน้ำตกพนมกุเลนสำหรับไพร่

Kbal Spean

กบาลสเปียนแปลว่าหัวสะพาน ที่นี่เองก็มีศิวะลึงค์กับนารายณ์บรรทมสินธุ์ใต้น้ำเหมือนกัน แต่จากที่รถจอดต้องเดินไปถึง 2 กิโลเมตร ที่นี่คาดว่าสร้างในช่วงสมัยพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 ถึง พระเจ้าพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 (พ.ศ. 1547 – 1609) โดยมีความเชื่อว่าศิวะลึงค์ใต้น้ำนั้นสร้างในสมัยของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 1 และที่เหลือส่วนใหญ่ทำในสมัยของพระเจ้าพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2

อันนี้ทางเดินไกลมากประมาณสัก 3 กิโลเมตรได้

อันนี้ทางเดินไกลมากประมาณสัก 2 กิโลเมตรได้

บรรยากาศเดินป่า

บรรยากาศเดินป่า

จุดสุดยอดของที่นี่มีการสลักคล้ายทับหลังอยู่หลายแห่ง

จุดสุดยอดของที่นี่มีการสลักคล้ายทับหลังอยู่หลายแห่ง

นารายณ์บรรทมสินอ๊ะป่าว

นารายณ์บรรทมสินธุ์

รูปสลักเด่นๆ

รูปสลักพระวิษณุ

...

จะมีรูปสลักซ่อนอยู่ตลอดทาง

จะมีรูปสลักซ่อนอยู่ตลอดทาง

แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือปุ่มศิวลึงค์

แน่นอนว่าที่ขาดไม่ได้คือปุ่มศิวลึงค์

...

...

เดินกลับแบบขาลากๆ

เดินกลับแบบขาลากๆ

ฝากรอยเท้าไว้หน่อย พื้นดินบนนั้นเป็นทราย

ฝากรอยเท้าไว้หน่อย พื้นดินบนนั้นเป็นทราย

มาถึงข้างล่างละ เจอเด็กตื๊อขายของรออยู่เลย อาจารย์ว่าแต่ก่อนพวกนี้ขอมาขอทาน แต่โดนสั่งให้เปลี่ยนภาพลักษณ์เลยมาขายของแทน

มาถึงข้างล่างละ เจอเด็กตื๊อขายของรออยู่เลย อาจารย์ว่าแต่ก่อนพวกนี้ขอมาขอทาน แต่โดนสั่งให้เปลี่ยนภาพลักษณ์เลยมาขายของแทน

Banteay Srei

บันทายสรี ปราสาทหินทรายสีชมพูที่ถือได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของปราสาทเขมร สร้างในปี พ.ศ. 1510 สมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 โดยสั่งให้พราหมณ์นามว่ายัชญวราหะเป็นผู้ดำเนินการ แต่แล้วพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ก็สวรรคตเสียก่อนพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งเป็นพระราชโอรสจึงขึ้นครองราชย์แทน แต่เนื่องด้วยพระองค์ยังทรงพระเยาว์นัก พราหมณ์ยัชญวราหะจึงขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทน และได้กราบทูลขอที่ดินจากพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 เพื่อสร้างปราสาทสำหรับบูชาพระศิวะ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวของชาวเขรทั้งชาติ ด้วยเหตุที่พราหมณ์ยัชญวราหะซึ่งไม่ใช่กษัตริย์เป็นผู้สร้าง ตัวปราสาทจึงมีฐานที่ติดดินต่างจากปราสาทอื่นเช่น พนมบาเค็ง หรือนครวัด

มาถึงก็ตอนเย็น

มาถึงก็ตอนเย็น

วิหารข้างหน้า

วิหารข้างหน้า

ลายแกะสลักละเอียดพอสมควร

ลายแกะสลักละเอียดพอสมควร

ตัววิหารสีชมพู

ตัววิหารสีชมพู

...

ฐานโยนี

ฐานโยนี

น่าจะเป็นรูปป้นวัว

น่าจะเป็นรูปป้นวัว

ประตู

ประตู

...

งานละเอียดไหมล่ะ

ปราสาททั้งหลัง

ส่วนบรรณาลัย (ห้องสมุด) ทั้งสามสลักด้วยเรื่องรามเกียรติ์

พอเที่ยวเสร็จก็เจอเด็กตื๊อขายของอีกแหล่ะ (ได้หนังสือมาเล่มละ 4 ดอลล่าห์

พอเที่ยวเสร็จก็เจอเด็กตื๊อขายของอีกแหล่ะ (ได้หนังสือมาเล่มละ 4 ดอลล่าห์)

มื้อเย็นกินที่ร้านอาหารเชียงใหม่

มื้อเย็นกินที่ร้านอาหารเชียงใหม่

อาหารก็ปกติ

อาหารก็ปกติ

มาถึงวันที่ 3 ของทัวร์ตามโปรแกรมจริงต้องไปที่เกาะแกร์ (Koh Ker) อาณาจักรที่ถูกลืม แต่เนื่องจากคนสวยตื่นสายอีกแล้ว อาจารย์จึงเปลี่ยนเป็นชมหมู่ปราสาทที่อยู่ในบริเวณอย่าง พระโค บากอง โลเลยและแปรรูป แทน เพราะเกาะแกร์ก็ครือๆกันกับพนมบาเค็งทั้งรูปทรงและอายุ (แต่รายละเอียดตัวปราสาทน้อยกว่า) แถมต้องเดินทางไกล นั่งรถไป-กลับหนึ่งวัน ใครเข้ามาแล้วสนใจเรื่องเกาะแกร์ ไปทางนี้ เลยครับ

เริ่มต้นวันที่ปราสาทพระโค…เอ๊ะ ถ้านับแบบรายการทัวร์ต้องใส่เป็นแหล่งแกะสลักก่อน แล้วค่อยพระโคสิ จะได้เหมือนมีจุดหมายหลายที่หน่อย

ที่แกะสลักหน้าปราสาทพะโค ระหว่างรอไกด์ซื้อตั๋ว

ที่แกะสลักหน้าปราสาทพะโค ระหว่างรอไกด์ซื้อตั๋ว

ฝึกหัดกันตั้งแต่เด็กๆ

ฝึกหัดกันตั้งแต่เด็กๆ

โตหน่อยก็ได้สลักชิ้นใหญ่

โตหน่อยก็ได้สลักชิ้นใหญ่

รูปสลักเสร็จไว้ขาย

รูปสลักเสร็จไว้ขาย

Preah Ko

ปราสาทพระโคสร้างในสมัยพระเจ้าอินทรวรมันที่ 1 (ราวพุทธศตวรรษที่ 15) สร้างเพื่อถวายแด่ปูซึ่งคือพระเจ้าชัยวรมันที่ 2 เป็นพระปรางค์กลางหน้า ต่อมามีการสร้างเพิ่มเติมจนมีพระปรางค์ 6 องค์คือ

กลางหน้า – พระเจ้าชัยวรมันที่ 2 (ปู่)

กลางหลัง – ธรนินทรเทวี (ย่า พระมเหสีของพระเจ้าชัยวรมันที่ 2)

ซ้ายหน้า – ปิทวีณทรวรมัน (พ่อ)

ซ้ายหลัง – สร้างให้แม่

ส่วนฝั่งขวาไม่รู้ แต่น่าจะสร้างให้ญาติอื่นๆ

ส่วนชื่อปราสาทนั้นมาจากรูปปั้นโคนนทิทั้ง 3 หน้าปราสาทนั้นแหล่ะ

พระโค

พระโค

โคนนทิ

โคนนทิ

โคนนทิอยู่หน้าปราสาท

โคนนทิอยู่หน้าปราสาท

ปูนปั้นที่ถือว่ามีการผสมกับศิลปะชวา

ปูนปั้นที่ถือว่ามีการผสมกับศิลปะชวา

แถวหลัง

แถวหลัง

เด็กแถวนั้น ไม่ได้มาขายอะไร นั่งเล่นเฉยๆ

เด็กแถวนั้น ไม่ได้มาขายอะไร นั่งเล่นเฉยๆ

ต่อจากปราสาทพระโคก็ต่อเนื่องที่กลุ่มปราสาทเดียวกันที่ปราสาทบากอง

Bakong

ปราสาทบากองสร้างในสมัยเดียวกับพระโค ประมาณปี พ.ศ. 1424  การสร้างมีการผสมผสานระหว่างปราสาทหิน และอิฐก่อ เป็นปราสาทแห่งแรกที่ทำเป็นทรงปิรามิดใหญ่โตเพื่อเป็นการจำลองเขาพระสุเมรุ

ปราสาทบากอง

ปราสาทบากอง

ทางเข้ามีคนเล่นดนตรี

ทางเข้ามีคนเล่นดนตรี

...

ข้างล่างเป็นส่วนของวิหาร

ข้างล่างเป็นส่วนของวิหาร

...

รอบๆมีวิหารปิรามิดเล็กๆทั้งแปดทิศ

รอบๆมีวิหารปิรามิดเล็กๆทั้งแปดทิศ

...

กำแพงหักพังแถวนั้น

กำแพงหักพังแถวนั้น

ระหว่างรอพวกทำรายงาน

ระหว่างรอพวกทำรายงาน

ออกทางด้านหลังมีนาคขนาดใหญ่อยู่

ออกทางด้านหลังมีนาคขนาดใหญ่อยู่

Lo Lei

ปราสาทสุดท้ายในกลุ่มปราสาทแห่งหริหราลัย ปราสาทโลเลยสร้างในปี พ.ศ. 1436 ชื่อโลเลยคาดว่าแผลงมาจากคำท้ายของชื่อเมืองหลวงหริหราลัย “หราลัย” กลายเป็นโลเลย ตัวปราสาทตั้งอยู่กลางบารายอินทรตฎากะ ก่อนจะย้ายเมืองหลวงไปยังพระนครเนื่องจากพื้นที่เดิมมันคับแคบยากต่อการขยายเมือง หลังจากนั้นเมืองหริหราลัยเดิมก็ค่อยๆถูกปล่อยทิ้งร้างไป

ปราสาทโลเลย

ปราสาทโลเลย

ตอนไปปิดซ่อมอยู่ล่ะ

ตอนไปปิดซ่อมอยู่ล่ะ

วัดในบริเวณนั้น พระพุทธรูปคล้ายๆกับทีี่พม่านะ

วัดในบริเวณนั้น พระพุทธรูปคล้ายๆกับทีี่พม่านะ

...

หมดกลุ่มปราสาททั้งสามแล้วก็ได้เวลากินข้าวกลางวัน

มื้อเที่ยงกินที่ร้าน Tropical จัดว่าหรูทีเดียว

มื้อเที่ยงกินที่ร้าน Tropical จัดว่าหรูทีเดียว

อาหารก็ปกติ

อาหารก็ปกติ

พอกินเสร็จอาจารย์บอกคุณสุเพื่อนว่าอยากพาเด็กไปดูถนนโบราณของคนสมัยก่อนว่าเป็นอย่างไร ขอมาคุณสุเพื่อนก็จัดให้ แต่น แตน แต๊น…

... ขนมโบราณ

… ขนมโบราณ

คุณสุเพื่อนฟังคำว่าถนนโบราณเป็นขนมโบราณไป เลยได้อันนี้มาแทนตอนแรกแวะไปก็ตกใจ “ป้าคนนี้น่ะรึถนนโบราณ” ที่แท้แกขายขนมโบราณนี่เอง พอฟังถูกแล้วก็เอาใหม่น่ะ แก้ตัว

...อ่านไม่ออก

…อ่านไม่ออก

ไก่ย่างแถวนั้น

ไก่ย่างแถวนั้น

กบย่างแถวนั้น

กบย่างแถวนั้น

ถนนโบราณ ซึ่งแดดร้อน เลยชะโงกดูแล้วขึ้นรถดีกว่า ไม่ได้ต้องทำรายงานหนิ

ถนนโบราณ ซึ่งแดดร้อน เลยชะโงกดูแล้วขึ้นรถดีกว่า ไม่ได้ต้องทำรายงานหนิ

Pre Rup

ปราสาทแปรรูปสร้างในปี พ.ศ.1504 สมันพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 ในสมัยนั้นใช้เป็นปราสาทหลวง เพื่ออุทิศแด่พระศิวะ พระวิษณุ และพระพรหม ชื่อปราสาทแปรรูปมาจากการแปรเปลี่ยนของสภาพร่างกายสมัยก่อนน่าจะใชช้ในการเผาศพของกษัตริย์ และขุนนางด้วย

ปราสาทแปรรูป

ปราสาทแปรรูป

เด็กขายของคนหนึ่ง

เด็กขายของคนหนึ่ง

...

รูปปั้นพระวิษณุและพระนางลักษมี

รูปปั้นพระวิษณุและพระนางลักษมี

โครงสร้างสมัยก่อน

โครงสร้างสมัยก่อน

ภาพสลักเทพธิดา

ภาพสลักเทพธิดา

หินทรายก่อตรงกลางนี้คาดว่าเป็นที่เก็บอัฐิของกษัตริย์สมัยก่อน

หินทรายก่อตรงกลางนี้คาดว่าเป็นที่เก็บอัฐิของกษัตริย์สมัยก่อน

ศิลปะในยุคแปรรูปนี้จะเน้นแนวต้นไม้

ศิลปะในยุคแปรรูปนี้จะเน้นแนวต้นไม้

ขนาดปราสาทยิ่งใหญ่ทีเดียว

ขนาดปราสาทยิ่งใหญ่ทีเดียว

Neak Pean

ปราสาทนาคพัน สร้างในช่วงพุทธศตวรรษที่ 18 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นปราสาทที่มีรูปแบบแตกต่างจากปราสาทอื่นๆ เพราะสร้างไว้มีน้ำล้อมรอบ เพื่อจำลองภูเขาหิมาลัยที่อยู่กลางมหาสมุทร น้ำในสระจำลองมาจากสระอโนดาตซึ่งเป็นศูนย์รวมจากแม่น้ำทั้ง 5 ในอินเดีย ได้แก่ แม่น้ำคงคา แม่น้ำยมนา แม่น้ำเนรัญชลา แม่น้ำสินธุ และแม่น้ำพรหมบุตร ถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์สระอโนดาต สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้ เขาบอกตรงกลางจะมีสิงห์ ช้าง ม้า และคน แต่ตอนไปซูมไม่ถึง มองไม่เห็นอ่ะ

ทางเข้าปราสาท

ทางเข้าปราสาท

...

ในนี้มีหน้าสัตว์ต่างๆอยู่ ซึ่งจะเป็นสระเล็กล้อมรอบสระใหญ่ที่มีสระพระปรางค์+ม้าอยู่

ไม่สามารถมองเห็นอ่ะ 555

ไม่สามารถมองเห็นอ่ะ 555

พระปรางค์หลัก เขาว่าแต่ก่อนเป็นสลักเกี่ยวกับพุทธศาสนา แต่ถูกเปลี่ยนเป็นทางฮินดูแทน

พระปรางค์หลัก เขาว่าแต่ก่อนเป็นสลักเกี่ยวกับพุทธศาสนา แต่ถูกเปลี่ยนเป็นทางฮินดูแทน

รูปปั้นม้าพลาหะ หนึ่งในอวตารของพระโพธิสัตว์ อันนี้เป็นตอนที่ชาวอินเดียลงเรือสำเภา แล้วโดนพายุพัดเรือแต่ พระโพธิสัตว์แปลงเป็นม้าแล้วไปช่วยไว้

รูปปั้นม้าพลาหะ หนึ่งในอวตารของพระโพธิสัตว์ อันนี้เป็นตอนที่ชาวอินเดียลงเรือสำเภา แล้วโดนพายุพัดเรือแต่ พระโพธิสัตว์แปลงเป็นม้าแล้วไปช่วยไว้ (แต่มองแล้วเหมือนคนแบกม้ามากกว่า 555)

Preah Khan

ที่ต่อไปก็ต่อเนื่องสร้างในปีพ.ศ. 1734 สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เช่นเดียวกัน สร้างขึ้นมาเพื่อถวายให้พระเจ้าธรณินทรวรมันที่ 2 (พระราชบิดา) นอกจากนี้ยังเพื่อเป็นมหาวิทยาลัย และวิหารเพื่อบูชาเทพด้วย ส่วนชื่อปราสาทพระขรรค์นี้มาจากสมัยก่อนที่นี่เคยเป็นทุ่งสงครามระหว่างขอมและจาม จบลงด้วยชัยชนะของพวกขอมจึงเรียกที่นี่ว่าปราสาทชัยศรี ต่อมาเปลี่ยนเป็นปราสาทพระขรรค์อันมีความหมายว่า พระแสงดาบของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 กำราบศัตรู

ทางออก

ทางเข้า

ขายเม็ดไรไม่รู้

ขายเม็ดไรไม่รู้

สะพานนาคที่มียักษ์อุ้ม

สะพานนาคที่มียักษ์อุ้ม

ยักษ์

ยักษ์

ผนังมีช่องหน้าต่างหลอกและนางฟ้าอยู่

ผนังมีช่องหน้าต่างหลอกและนางฟ้าอยู่

ทวารบาลล่ะมั้ง

ทวารบาลล่ะมั้ง

ซุ้มประตูทางเข้า

ซุ้มประตูทางเข้า

ลักษณะการเรียงหิน

ลักษณะการเรียงหิน

...

ศิลปะในปราสาทพระขรรค์

ศิลปะในปราสาทพระขรรค์

...

สถูปนี้เขาว่าเก็บอัฐิของพระราชบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

สถูปนี้เขาว่าเก็บอัฐิของพระราชบิดาของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7

เด็กแถวนั้น

เด็กแถวนั้น

ภาพฤๅษีกำลังนั่งบำเพ็ญพรตในท่า "โยคาสนะ" (นั่งชันเข่าและไขว้เท้า)

ภาพฤๅษีกำลังนั่งบำเพ็ญพรตในท่า “โยคาสนะ” (นั่งชันเข่าและไขว้เท้า)

แท่นศิวะลึงค์กลางปราสาท

แท่นศิวะลึงค์กลางปราสาท

...

...

ต้นไม้บนปราสาทออเดิร์ฟก่อนไปตาพรหม

ต้นไม้บนปราสาทออเดิร์ฟก่อนไปตาพรหม

หนึ่งเดียวของปราสาทเขมรที่สร้างเป็นสองชั้น

หนึ่งเดียวของปราสาทเขมรที่สร้างเป็นสองชั้น

ทรงคล้ายโรมันอยู่นะ

ทรงคล้ายโรมันอยู่นะ

ต้นไม้อีกแล้ว รูปแบบปราสาทค่อยข้างคล้ายตาพรหม แต่เล็กกว่า สร้างห่างกัน 5 ปี

ต้นสะปงอีกแล้ว รูปแบบปราสาทค่อยข้างคล้ายตาพรหม แต่เล็กกว่า สร้างห่างกัน 5 ปี

รอหว่างรอพวกทำรายงาน

รอหว่างรอพวกทำรายงาน

อันนี้เขาว่าเป็นศาลายา

อันนี้เขาว่าเป็นอโรคยาศาล (โรงพยาบาล)

ทางออก

ทางออก

Spean Thma

สเปียนทมอ สะพานโบราณแห่งนี้สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สมัยก่อนแถวนี้มีแม่น้ำชาวเขมรโบราณจึงสร้างสะพาน และฝายทดน้ำไปในตัวด้วย เขาว่าหินที่เอามาเรียงนี้นำมาจากปราสาทต่างๆ ดังสังเกตุว่ามีลายแกะสลักที่ไม่ต่อเนื่องกันปัจจุบันน้ำไม่ผ่านแล้วเพราะรัฐบาลจับเปลี่ยนทางน้ำเดี๋ยวสะพานพังมั้ง

สะพานโบราณ ตอนนี้แม่น้ำเปลี่ยนทางไปแล้ว ที่นี่จึงแห้งอย่างที่เห็น

สะพานโบราณ ตอนนี้แม่น้ำเปลี่ยนทางไปแล้ว ที่นี่จึงแห้งอย่างที่เห็น

กังหันน้ำโบราณ อันเก่าผุพังหมดแล้ว อันนี้สร้างขึ้นใหม่เฉยๆ

ไม่ไกลกันมีกังหันน้ำโบราณ อันเก่าผุพังหมดแล้ว อันนี้สร้างขึ้นใหม่เฉยๆ

ขากลับผ่านปราสาทบายน ถ่ายซะก่อนเที่ยวของจริงพรุ่งนี้

ขากลับผ่านปราสาทบายน ถ่ายซะก่อนเที่ยวของจริงพรุ่งนี้

มื้อนี้หรูหน่อย กินบุฟเฟต์

มื้อนี้หรูหน่อย กินบุฟเฟต์

หลังจากเที่ยวปราสาทที่แต่ก่อนไม่เคยรู้จักเลยมาตั้ง 3 วัน วันนี้หล่ะจะได้ไปชมไฮไลท์ของเขมรที่นครธมกันหรือในสมัยก่อนคือเมืองหลวง “พระนคร”

Angkor Thom : South gate

อย่างที่ทราบกันดีว่านครธมคือเมืองหลวง “ธม” แปลว่าใหญ่ นครธมคือเมืองใหญ่ เป็นเมืองหลวงที่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ย้ายมาจากนครยโศธรปุระในช่วงพุทธศตวรรษที่ 15 เนื่องจากต้องการขยายเมือง และแผ่อำนาจให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ตัวเมืองที่มีกำแพงสูง 7 เมตรล้อมรอบยาวด้านละ 3 กิโลเมตร (สมัยเด็กผมเคยคิดว่านครธมหมายถึงแค่ปราสาทบายน แหะๆ) ทริปนี้เราเข้าไปชมเขตพระนครกันทางประตูทางทิศใต้ซึ่งถือว่าเป็นประตูที่สมบูรณ์ที่สุดเมื่อเทียบกับทิศอื่นครับ

ประตูทางเข้านครธม มีสระน้ำล้อมรอบ ซึ่งก็เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่สามารถใช้เพื่อการสงคราม สาธารณูปโภค และการคมนาคมได้

ประตูทางเข้านครธม มีสระน้ำล้อมรอบกว้างประมาณ 80 เมตร ซึ่งก็เป็นภูมิปัญญาของคนโบราณที่สามารถใช้เพื่อการสงคราม สาธารณูปโภค และการคมนาคมได้

มีช้างขี่เข้าบรรยากาศโบราณ

มีช้างขี่เข้าบรรยากาศโบราณ

สะพานนาคราชนำไปสู่เมืองพระนคร

สะพานนาคราชนำไปสู่เมืองพระนคร

ต้องต่อคิวแถวเรียงหนึ่ง

ต้องต่อคิวแถวเรียงหนึ่ง

คนเดินตลอดหาจังหวะว่างไม่ได้เลย รูปนี้คนน้อยสุดละ

คนเดินตลอดหาจังหวะว่างไม่ได้เลย รูปนี้คนน้อยสุดละ

หน้ายักษ์

หน้ายักษ์

ผู้คนทยอยเข้ามาชมเมืองพระนคร

ผู้คนทยอยเข้ามาชมเมืองพระนคร

Bayon Temple

ปราสาทบายนสร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีรูปแบบต่างจากปราสาทช่วงก่อนพระนคร เนื่องจากก่อนหน้านี้รูปแบบศิลปะจะไปทางนับถือฮินดู แต่พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นับถือพุทธนิกายมหายาน จากยอดพระปรางค์จึงเป็นพระปรางค์ใบหน้าแบบบายนไป ใบหน้านี้เองคือใบหน้าของพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ซึ่งมีทั้งหมด 54 ปรางค์ ปรางค์ละ 4 หน้า รวมมีหน้าทั้งหมด 216 หน้า หันไปรอบทิศคือไม่ว่าคุณจะอยู่ทางทิศใดพระโพธิ์สัตว์ก็จะคอยคุ้มครองทุกข์สุขให้เสมอ

ได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น

ได้รับการสนับสนุนจากญี่ปุ่น

ปราสาทบายน

ปราสาทบายน

รอบด้านนี้จะสลักเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่ก็ไปทางสงคราม

รอบด้านนี้จะสลักเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่ก็ไปทางสงคราม

รูปสลักปราสาทบายน

รูปสลักปราสาทบายน

เป็นการแกะสลักแบบนูนต่ำ

เป็นการแกะสลักแบบนูนต่ำ

นางฟ้าที่เห็นได้ทั่วไป

นางฟ้าที่เห็นได้ทั่วไป

ด้านนี้จะแสดงพระราชพิธีต่างๆ

ด้านนี้จะแสดงพระราชพิธีต่างๆ

เข้ามาทางระเบียงด้านใน

เข้ามาทางระเบียงด้านใน

พระปรางค์บายน

พระปรางค์บายน

...

มีลิเกมาให้ถ่ายรูปประกอบ

มีลิเกมาให้ถ่ายรูปประกอบ

มีการเปลี่ยนจากศิวะลึงค์มาเป็นพระพุทธรูป

มีการเปลี่ยนจากศิวะลึงค์มาเป็นพระพุทธรูป

ออกจากปราสาทบายน เดินชมเมืองนครธม (เมื่อยพอตัว)

ออกจากปราสาทบายน เดินชมเมืองนครธม (เมื่อยพอตัว)

Baphuon

ปราสาทบาปวนสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1603 สมัยพระเจ้าอุทัยทิตยวรมันที่ 2 คาดว่าเป็นวัดหนึ่งในเขตพระราชวัง และถือเป็นเป็นปราสาทแรกของยุคพระนคร ตามบันทึกของจิวด้ากวนราชทูตจากเมืองจีนในปลายพุทธศตวรรษที่ 18 กล่าวไว้ว่ายอดปราสาทบาปวนเคลือบด้วยสัมฤทธิ์มองเห็นแต่ไกล หากยอดไม่หักพังเสียก่อน คาดว่าปราสาทบาปวนอาจมีความสูงกว่าปราสาทพิมานอากาศเสียอีก

มีสะพานหินทอดยาวไปยังตัวปราสาท

มีสะพานหินทอดยาวไปยังตัวปราสาท

สะพานหินปราสาทบาปวน

สะพานหินปราสาทบาปวน

ใต้สะพาน

ใต้สะพาน

ตอนไปเขาปิดซ่อมอยู่น่ะ

ตอนไปเขาปิดซ่อมอยู่น่ะ

Phimeanakas

พิสานอากาศสร้างในพุทธศตวรรษที่ 15 รัชสมัยของพระเจ้าราเชนทรวรมันที่ 2 พระเจ้าชัยวรมันที่ 5 และพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 ที่นี่เป็นเหมือนพระราชวังโบราณ และมีส่วนข้างล่างที่ใช้ประกอบพิธี ตามบันททึกของจิวด้ากวนกล่าวว่าในปราสาทแห่งนี้กษัตริย์ขอมจะต้องเสด็จมาบรรทมกับนางนาคเก้าเศียร ที่จะแปลงร่างเป็นสาวงามทุกคืน

ปราสาทพิมานอากาศ

ปราสาทพิมานอากาศ

ใครอยากขึ้นก็ขึ้น แต่เมื่อยอ่ะ ขี้เกียจขึ้น

ใครอยากขึ้นก็ขึ้น แต่เมื่อยอ่ะ ขี้เกียจขึ้น

เป็นพระราชวังหลวง

เป็นพระราชวังหลวงที่ยังเหลืออยู่ เพราะส่วนใหญ่สิ่งก่อสร้างที่ทำด้วยหินจะเป็นวัด ส่วนวังจะเป็นไม้ซึ่งผุพังไปหมดแล้ว

มีรูปปั้นสิงห์ และช้างล้อมรอบ

มีรูปปั้นสิงห์ และช้างล้อมรอบ

ข้างหน้าสีสระน้ำ อันใหญ่นี้ของนางสนม

The Royal pond ข้างหน้าสีสระน้ำ อันใหญ่นี้ของนางสนม

ส่วนอันเล็กข้างๆนี่ของกษัตริย์

ส่วนอันเล็กข้างๆนี่ของกษัตริย์ แน่นอนว่าขอบบ่อมีลายแกะสลัก

Terrace of Leper King

ลานพระเจ้าขี้เรื้อน หรือศาลพระเจ้าขี้เรื้อน สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ศิลปะของที่นี่แตกต่างจากที่อื่นอย่างสิ้นเชิง ไม่เว้นแม้แต่ตัวรูปปั้นที่คาดว่าหมายถึงพระเจ้าขี้เรื้อนตรงที่ “แก้ผ้า” ที่ผ่านมาล้วนแต่งองค์ทรงเครื่องเต็มที่ คาดว่าได้รับอิทธิพลมาจากศิลปะชวา เพราะคนใต้ไร้อารยธรรมชอบแก้ผ้า …ว่าแต่ พระเจ้าขี้เรื้อนนี้เป็นใครล่ะ เท่าที่อ่านดูที่เขาเดาๆกันมีดังนี้
– เดากันว่าพระเจ้าขี้เรื้อนก็คือตัวพระเจ้าชัยวรทันที่ 7 เองนั่นแหล่ะ ด้วยเหตุที่ตัวเองขี้เรื้อนเลยต้องสร้างพวกโรงพยาบาลเยอะแยะในสมัยนี้น่ะแหล่ะ
– พระเจ้ายโสวรมันที่ 1 เพราะขี้เรื้อนเหมือนกัน
– Yama (ยมพบาลมั้ง) เทพแห่งความตาย นำมาตั้งไว้ที่นี่เพราะตรงนี้คือศาลด้วย ไว้ตัดสินให้คนกลัว
– เพราะรูปปั้นมันเองน่ะแหล่ะ มีไลเคนขึ้น เลยขี้เรื้อนเองสิ

ไปสู่ลานพระเจ้าขี้เรื้อน

ไปสู่ลานพระเจ้าขี้เรื้อน

ลานพระเจ้าขี้เรื้อนกับลานช้างบอกตามตรง ผมแยกไม่ออกครับ

ลานพระเจ้าขี้เรื้อนกับลานช้างบอกตามตรง ผมแยกไม่ออกครับ

khmer179

พระเจ้าขี้เรื้อนนี้เป็นของจำลอง ของจริงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่พนมเปญนู่น

พระเจ้าขี้เรื้อนนี้เป็นของจำลอง ของจริงอยู่ในพิพิธภัณฑ์ที่พนมเปญนู่น

หัวพญานาคที่ถูกตัด

หัวพญานาคที่ถูกตัด

ที่ลานพระเจ้าขี้เรื้อนนี้มีทางเดินกว้างประมาณ 2 เมตร และมีการแกะสลักตลอดทางสูง 3 เมตร

ที่ลานพระเจ้าขี้เรื้อนนี้มีทางเดินกว้างประมาณ 2 เมตร และมีการแกะสลักตลอดทางสูง 3 เมตร

รูปสลักในนั้น

รูปสลักในนั้น

รูปปั้นก็ขี้เรื้อน

รูปปั้นก็ขี้เรื้อนกันทั้งพ่อ-แม่-ลูก

Elephants Terrace

ลานช้าง หรือสนามหลวงของเขมรเป็นที่กษัตริย์ใช้ชมการซ้อมรบ ปลุกขวัญทหารก่อนออกรบ และใช้เฉลิมฉลอง

งานแกะสลัก

งานแกะสลัก

มีหัวช้างให้ส่วนนี้เป็นลานคล้องช้างไปละกัน

มีหัวช้างให้ส่วนนี้เป็นลานคล้องช้างไปละกัน

12 Suor Prat

ปราสาทนี้ไม่ได้แวะ แค่นั่งรถผ่านปราสาทซัวร์ปรัต ซัวร์แปลว่าสาย ปรัตแปลว่าข้าม รวมเป็นสายข้าม คาดว่ามีไว้ต้อนรับแขกบ้านแขกมือง และเฉลิมฉลองชัยชนะในสงครามซึ่งจะมีการแสดงไต่เชือกที่ยึดโยงจากยอดปราสาททั้ง 12 หลัง  ซึ่ง 12 ปราสาทนี้มีความหมายถึง 12 ราศีนักษัตร นอกจากนี้หากตามบันทึกของจิวต้ากวนกล่าวว่า ปราสาทนี้ยังใช้เป็นที่ตัดสินโทษในกรณีที่ตุลาการหาหลักฐานมาลงโทษผู้กระทำผิดระหว่างคู่กรณีไม่ได้ โดยจะให้ทั้งคู่กรณีเข้าไปอยู่ในปราสาทตามปีเกิดของตน ในกำหนดเวลาหากผู้ใดมีอาการเจ็บป่วยผู้นั้นจะถูกตัดสินว่าเป็นผู้กระทำความผิด ส่วนผู้ที่ไม่เป็นอะไรเลยจะเป็นผู้บริสุทธิ์ (ผู้แข็งแกร่งไม่เคยผิด หึหึหึ)

ปราสาทซัวร์ปรัต

ปราสาทซัวร์ปรัต

พักกินข้าวมื้อกลางวันที่ร้านอาหารโตนเลสาป

พักกินข้าวมื้อกลางวันที่ร้านอาหารโตนเลสาป

Ta Prohm

ปราสาทตาพรหมหรือปราสาทป่า (Jungle temple) ก่อนมาไกด์ชอบโฆษณาว่าที่นี่ลาร่า ครอฟท์เรื่องตูมไรเดอร์มาถ่ายหนังนะ (คงกลัวนึกไม่ออก) แต่ไฮไลท์มันก็น่าดูจริงๆน่ะแหล่ะ กับปราสาทตาพรหมยินดีเมื่อมาถึง เสียใจเมื่อจากไป สร้างเมื่อปี พ.ศ. 1729 สมัยพระเจ้าชัยวรทันที่ 7 อีกนั่นแหล่ะ เพราะยุคนี้ถือเป็นจุดที่ศิลปะเจริญถึงขีดสุด ปราสาทตาพรหมถือเป็นปราสาทพี่น้องกับปราสาทพระขรรค์เพราะสร้างห่างกัน 5 ปี อันนั้นสร้างเพื่อถวายให้พ่อ อันนี้ก็สร้างให้แม่มั่ง ซึ่งคือพระนางชัยราชจุฑามณี ตามปราสาทเขมรจะพบเห็นรูปปั้นพระโพธิสัตว์อวดลกิเตศวร จะเห็นสตรีผู้หนึ่งเคียงข้างคือพระนางปรัชญาปรมิตา เทวีแห่งปัญญาหรือแม่ของพระพุทธเจ้า หากเปรียบเทียบพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นพระโพธิสัตว์แล้ว พระนางปรัชญาปรมิตาก็คือแม่ของพระองค์นั่นเอง (แบบปราสาทเมืองสิงห์) ตามจารึกเขาว่าในการสร้างปราสาทนี้ใช้ทรัพยากรเยอะมาก ทั้งจำนวนคนและบรรดาทรัพย์สมบัติจาก 3,140 หมู่บ้าน

ใช้คนงานถึง 79,365 คน และจำนวนนี้มีพระชั้นผู้ใหญ่ 18 รูป เจ้าหน้าที่ประกอบพิธี 2,740 คน ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ประกอบพิธี 2,202 คน และนางฟ้อนรำอีก 615 คน

สำหรับทรัพย์สมบัติของวัดก็มีจานทองคำ 1 ชุด หนักมากกว่า 500 กิโลกรัม และชุดเงินเพชร 35 เม็ด ไข่มุก 40,620 เม็ด หินมีค่าและพลอยต่างๆ 4,560 เม็ด อ่างทองคำขนาดใหญ่ ผ้าบางสำหรับคลุมหน้าจากประเทศจีน 876 ผืน เตียงคลุมด้วยผ้าไหม 512 เตียง ร่ม 523 คัน ยังมี เนย นม น้ำอ้อย น้ำผึ้ง ไม้จันทร์ การบูร เสื้อผ้า 2,387 ชุด เปลืองแบบนี้ประเทศชาติล่มจมไหมล่ะ

ปราสาทนี้ร้างผู้คนไปกว่า 500 ปี

ปราสาทนี้ร้างผู้คนไปกว่า 500 ปี

คราวนี้สนับสนุนโดยอินเดีย

คราวนี้สนับสนุนโดยอินเดีย

khmer191

ไปสร้างปราสาทกลางป่า

ไปสร้างปราสาทกลางป่า

กำแพงชั้นนอก

กำแพงชั้นนอก

ปูนปั้นไดโนเสาร์ (ถ้าถามความเห็นผม ผมว่าฝีมือไอช่างสมัยนี้น่ะแหล่ะ)

ปูนปั้นไดโนเสาร์ (ถ้าถามความเห็นผม ผมว่าฝีมือไอช่างสมัยนี้น่ะแหล่ะ)

นางอัปสรา

นางอัปสรา

การต่อสู้ของมนุษย์กับธรรมชาติ สุดท้ายรากไม้เข้ายึดครองปราสาท

การต่อสู้ของมนุษย์กับธรรมชาติ สุดท้ายรากไม้เข้ายึดครองปราสาท

รอต่อคิวกันนาน ไปที่อื่นก่อนดีกว่า

รอต่อคิวกันนาน ไปที่อื่นก่อนดีกว่า

เหมือนหนวดปลาหมึกยักษ์เลยแฮะ

เหมือนหนวดปลาหมึกยักษ์เลยแฮะ

ระหว่างรอคนว่างเข้ามาสวดมนต์ในนี้ก่อน

ระหว่างรอคนว่างเข้ามาสวดมนต์ในนี้ก่อน

...

ต้นสะปรง (Banyan tree)

ต้นสะปรง (Banyan tree)

ว่างคนแล้วต้องรีบกดระหว่างช่วงเปลี่ยนตัวคนยืน

ว่างคนแล้วต้องรีบกดระหว่างช่วงเปลี่ยนตัวคนยืน

กำแพงด้านหลัง

กำแพงด้านหลัง

รากไม้ของต้นสะปรงนี้เองที่ช่วยยึดปราสาทไว้ไม่ให้พัง

รากไม้ของต้นสะปรงนี้เองที่ช่วยยึดปราสาทไว้ไม่ให้พัง

Angkor Wat

ปราสาทนครวัด สิ่งก่อสร้างที่ถือเป็นที่สุดแห่งอาณาจักรเขมร เริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ. 1650 ไปเสร็จปี 1693 อยู่ในสมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 ก็จากความเชื่อเรื่องเทวราชานี่แหล่ะ ว่ากษัตริย์คือเทพเจ้า เมื่อตายไปแล้ววิญญาณจะมาอยู่ที่ปราสาท ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสร้างพระราชวังใหญ่ใหญ่เข้าไว้ จะสร้างแล้วทุบอีกสร้างใหม่ไม่รู้จบแบบบางประเทศก็ใช่ที่ ปราสาทนครวัดเลยจัดให้ใหญ่สุดๆ 1.30 x 1.50 กิโลเมตร หลักการสร้างก็เหมือนราสาททั่วไป คือต้องใหญ่เข้าไว้แทนเขาพระสุเมรุ มีคูเมืองล้อมเป็นมหาสมุทร

คูเมือง กว้างประมาณ 200 เมตร

คูเมือง กว้างประมาณ 200 เมตร

ปราสาทชั้นนอกผนังมีลายสลักเกี่ยวกับคัมภีร์พระเวทและมหากาพย์ของสาสนาฮินดู

ปราสาทชั้นนอกผนังมีลายสลักเกี่ยวกับคัมภีร์พระเวทและมหากาพย์ของสาสนาฮินดู

สะสมภาพนางอัปสราของแปลกให้คน 3 คน คนนี้ยิ้มเป็นฟัน

สะสมภาพนางอัปสราของแปลกให้คน 3 คน คนนี้ยิ้มเป็นฟัน

พระโพธิสัตว์

พระโพธิสัตว์

นครวัด กำลังซ่อมอยู่น่ะ

นครวัด กำลังซ่อมอยู่น่ะ

ถ้าน้ำเต็มสระ จะเห็นยอด 10 ยอด

ถ้าน้ำเต็มสระ จะเห็นยอด 10 ยอด

ผนังรอบด้านมีการแกะเป็นเรื่องราวต่างๆ ไกด์คุณสุเพื่อนก็อธิบายละเอียดทุกรูป แต่ผมน่ะขี้เกียจฟัง ไม่ได้จำเลย 555

จุดเด่นสุดของที่นี่คือเรื่องราวสลักบนผนังครับ คุณสุเพื่อนก็อธิบายละเอียดทุกรูป แต่ผมน่ะขี้เกียจฟัง ไม่ได้จำเลย 555

เนื้อเรื่องมีส่วนของ ภาพการรบที่ทุ่งกุรุเกษตร - ภาพขบวนทัพของเขมร - นรก สวรรค์ การพิพากษาของพญายม - ภาพกวนเกษียรสมุทร

เนื้อเรื่องมีส่วนของ
ภาพการรบที่ทุ่งกุรุเกษตร – ภาพขบวนทัพของเขมร – นรก สวรรค์ การพิพากษาของพญายม – ภาพกวนเกษียรสมุทร

ส่วนนี้ถ้าจำไม่ผิดคือการเดินทัพของทัพสยาม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเป็นอันเดียวที่ทัพเดินไม่เป็นระเบียบ... - -"

ส่วนนี้ถ้าจำไม่ผิดคือการเดินทัพของทัพสยาม มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือเป็นอันเดียวที่ทัพเดินไม่เป็นระเบียบ… – -“

นางอัปสรานีเขาว่าจับที่นมแล้วจะนมโตตาม เอ๊ย ขอพรแล้วสมหวัง

นางอัปสรานีเขาว่าจับที่นมแล้วจะนมโตตาม เอ๊ย ขอพรแล้วสมหวัง

โครงสร้างหลังคา ทำยังไงถึงไม่พัง

โครงสร้างหลังคา ทำยังไงถึงไม่พัง

คนที่ 2 มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

คนที่ 2 มีรายละเอียดครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด

 พระพุทธรูปนาคปรก

พระพุทธรูปนาคปรก

คนสุดท้ายลิ้นสองแฉก คบไม่ได้

คนสุดท้ายลิ้นสองแฉก คบไม่ได้

เขาพระสุเมรุ

เขาพระสุเมรุ

พระพุทธรูปที่อยู่กลางสุด สูงสุด คาดว่าใต้นั้นมีศพของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 อยู่

พระพุทธรูปที่อยู่กลางสุด สูงสุด คาดว่าใต้นั้นมีศพของพระเจ้าสุริยะวรมันที่ 2 อยู่

ระเบียง

ระเบียง

...

สนทนาธรรมกันมั้ง

สนทนาธรรมกันมั้ง

หมดเวลา ยังไม่หนำใจเท่าไหร่เลย

หมดเวลา ยังไม่หนำใจเท่าไหร่เลย

เขียวอื๋อ

เขียวอื๋อ

ส่วนที่ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหนมั้ง

ส่วนที่ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ที่ไหนมั้ง

ออกมาอาทิตย์ตกดินพอดี

ออกมาอาทิตย์ตกดินพอดี

กินข้าวที่ร้านโตนเลแม่โขงและดูระบำนางอัปสรา หลังแสดงเสร็จสามารถขึ้นไปถ่ายรูปด้วยได้

กินข้าวที่ร้านโตนเลแม่โขงและดูระบำนางอัปสรา หลังแสดงเสร็จสามารถขึ้นไปถ่ายรูปด้วยได้

ระบำนางอัปสรา

ระบำนางอัปสรา

crop 100% จากรูปก่อนดูหน้าใกล้ๆ ...สวยเราสวยเขาไม่เหมือนกันนี่นะ

crop 100% จากรูปก่อนดูหน้าใกล้ๆ …สวยเราสวยเขาไม่เหมือนกันนี่นะ 555

มาถึงวันสุดท้ายแล้ว 4 วันผ่านไปไวอย่างกับโกหก เที่ยวเพลินตาจริงๆ (แต่จำได้ตอนนั้นเสียวที่สุดคือ …เมมกล้อง 8Gb เอาไม่อยู่ ยังดีดึงเมมของกล้องคอมแพค 4 Gb สำรองไปใช้แทนได้)

วันสุดท้ายยายที่ไปด้วยอยากทำบุญถวายสังฆทานที่วัดเขมรสักหน่อย

วันสุดท้ายยายที่ไปด้วยอยากทำบุญถวายสังฆทานที่วัดเขมรสักหน่อย

มีงานก่อเจดีย์ทรายพอดี

มีงานก่อเจดีย์ทรายพอดี

วางร่มยิ่งใหญ่เชียว

วางร่มยิ่งใหญ่เชียว

ไม่ทำบุญก็ออกไปเดินเล่นข้างนอกนู่น 555

คนไร้ศรัทธา ไม่ทำบุญก็ออกไปเดินเล่นข้างนอก 555

เหมือนจะเป็นวันพระใหญ่เหมือนกันมั้ง ทำให้มีการจัดสถานที่และคนเยอะเลย

เหมือนจะเป็นวันพระใหญ่เหมือนกันมั้ง ทำให้มีการจัดสถานที่และคนเยอะเลย

Tonle Sap Lake

โตนเลสาบ ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในเอเซีย มีพื้นที่กว่า 7,500 ตารางกิโลเมตร วิถีชีวิตชาวบ้านแถวนั้นก็อยู่กันอย่างแพๆหาปลากิน-ขายน่ะแหล่ะ

ไปต่อที่ล่องเรือโตนเลสาบ

ไปต่อที่ล่องเรือโตนเลสาบ

ท่าเทียบถึงเรือ มาต้นกำเนิดกษัตริย์แนวเทพก็ขึ้นเรืออย่างเทพสิ 555

ท่าเทียบถึงเรือ มาต้นกำเนิดกษัตริย์แนวเทพก็ขึ้นเรืออย่างเทพสิ 555

ยังเด็กอยู่เลยแฮะ

ยังเด็กอยู่เลยแฮะ

การใช้ชีวิตอยู่กลางน้ำ ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนามที่อพยพมา

การใช้ชีวิตอยู่กลางน้ำ ส่วนใหญ่เป็นชาวเวียดนามที่อพยพมา

...

เด็กโดดจากเรือไปเรืออย่างคล่องแคล่วเพื่อขายของ

เด็กโดดจากเรือไปเรืออย่างคล่องแคล่วเพื่อขายของ

แล่นมาทีเสียวที "เอ็งอย่าโดดขึ้นมาล่ะ"

แล่นมาทีเสียวที “เอ็งอย่าโดดขึ้นมาล่ะ”

กลุ่มเรือขายของ ใหญ่สุดละ

กลุ่มเรือขายของ ใหญ่สุดละ

เด็กพายกาละมัง

เด็กพายกาละมัง

ของขายและไอ้เข้ อย่างรูปสลักบนปราสาทต่างๆมีหลายจุดเหมือนกันที่โยนตุ๊ด เอ๊ย ศัตรูให้ไอ้เข้กินในโตนเลสาบ

ของขายและไอ้เข้ อย่างรูปสลักบนปราสาทต่างๆมีหลายจุดเหมือนกันที่โยนตุ๊ด เอ๊ย ศัตรูให้ไอ้เข้กินในโตนเลสาบ

ผ้าตากแถวนั้น

ผ้าตากแถวนั้น

เรือนี้โรงเรียน

เรือนี้โรงเรียน

เรือนี้โบสถ์

เรือนี้โบสถ์

เด็กบนฝั่งรอขายของ

เด็กบนฝั่งรอขายของ

Sa Ja

ตลาดละลายเงินเรียล …อ่าว ไม่ได้แลกมา ใช้บาทกับดอลล่าห์ตลอดแฮะ 555

ของในตลาดก็ราคาปกติ ไม่ถูกไม่แพงราคานักท่องเที่ยว

ตลาดซาจา

ตลาดซาจา

ขายของที่ระลึกทั่วไปน่ะ

ขายของที่ระลึกทั่วไปน่ะ

เดินเหนื่อย เสร็จน้ำอ้อยจนได้

เดินเหนื่อย เสร็จน้ำอ้อยจนได้

มื้อสุดท้ายที่เขมร

มื้อสุดท้ายที่เขมร

เข้ามาเตไทยละ

เข้ามาเตไทยละ

ตลาดโรงเกลือ

ตลาดโรงเกลือ

กลับซะมืดเลย

กลับซะมืดเลย

มื้อเย็นไปจอดกินที่ไหนไม่รู้ แต่ร้านเยอะเหมือนกัน

มื้อเย็นไปจอดกินที่ไหนไม่รู้ แต่ร้านเยอะเหมือนกัน

พอหลังจากนั้นอาณาจักรเขมรก็ล่มสลายจากภัยรอบด้าน หลักๆเลยก็เสื่อมอำนาจแล้วโดนกรุงศรีอยุธยาตีแตกในปี พ.ศ. 1896 นั่นแหล่ะ

ที่มาเนื้อหามาจากแหล่งที่ใครไปเขมร แล้วมักจะวิ่งหนี นั่นคือหนังสือที่ชาวบ้านนำมายัดเยียดขาย แต่สำหรับผมนี่แหล่ะแหล่งข้อมูลชั้นดี เขียนดี รูปสวย น่าอ่านทุกเล่มครับ เนื้อหาแบบสรุป (สุดๆ) จากเล่นล่างขึ้นบน 1. เน้นเนื้อหาประวัติศาสตร์ของเขมรท้าวความตั้งแต่อาณาจักรเจนละนู่น 2. เนื้อเรื่องและความเป็นอยู่ (เน้นรูป) 3. เจาะที่เที่ยวปราสาทต่างๆ (ใช้เล่มนี้เยอะสุด) 4. รวมที่เที่ยวเหมือนกัน แต่ไม่ค่อยเจาะเนื้อหา จะมีแถมท้ายเล่มเท้าความมาถึงอิทธิพลเขมรที่มาในไทยด้วย (เน้นรูป)

ราคาปก $95 + $27.95 + $24.95 + $24.95 ซื้อไปเถอะคุ้มค่ามากมาย

ราคาปก $95 (ปัจจุบันในอเมซอนเล่มใหม่ขายที่ $300) + $27.95 + $24.95 + $24.95 ซื้อไปเถอะคุ้มค่า

จบแล้วครับทริปเขมร เหนื่อยเดินขาลากทุกวัน แต่สนุกครับ ใครยังไม่เคยไปอยากให้ลองไปดูครับ ห่างจากกรุงเทพแค่ประมาณ 400 กิโลเมตร เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่อยู่ใกล้ที่สุดละ อยู่ใกล้กว่าลำปางหนาวมากซะอีก ใครชอบแนวนี้คุ้มค่าแน่นอน แต่ติอยู่อย่างที่อาหารมันใกล้เคียงกับไทยซะจนไม่ค่อยได้บรรยากาศต่างประเทศเท่าไหร่เลยแฮะ 555

One response to “พระนคร Khmer Empire

  1. Pingback: อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง | Blog my Log·

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s