อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย

สถานที่สุดท้ายของทริปเมืองสุโขทัยจาก อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และมาจบลงที่นี่ อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เหมือนกับกำแพงเพชรคือแต่ก่อนไม่ได้สนใจเลย ถ้ามาแถวนี้ก็สนใจแต่อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย แต่เมื่อได้มาเยือนก็ยิ่งใหญ่ คุ้มค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

สถานที่แห่งนี้สมัยก่อนเรียกว่า เมืองเชลียง อันมีความหมายถึงเอียงในภาษาขอม ซึ่งตรงกับที่ล้านนาเรียกเมืองศรีสัชนาลัยนี้ว่า เชียงชื่น ซึ่งแปลว่าเมืองเอียงเหมือนกัน แต่ต่อมาเมืองเชลียงนี้ก็โดนน้ำท่วมทำให้ต้องย้ายเมืองขึ้นไปข้างบนและสร้างเป็นเมืองใหม่นามว่า “ศรีสัชนาลัย” ซึ่งมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าเมืองหลวงอย่างสุโขทัยเลย ดังศิลาจารึกหลักที่ 2 กล่าวว่าพ่อขุนศรีนาวนำถุมปกครองเมืองสองอัน (ซึ่งคือสุโขทัย และศรีสัชนาลัย) ชื่อศรีสัชนาลัยมาจากคำว่า สัชนา (คนดี) + อาลัย (ที่อยู่) = ที่อยู่ของคนดี แน่นอนว่าหากเมืองนี้มีแต่คนดีอยู่แล้ว อาหารการกินก็ควรจะดีด้วย ว่าแล้วก็ไปกินมื้อเช้าก่อนออกเดินทางดีกว่า

มื้อเช้ากินในเมืองศรีสัชนาลัย ร้านชาวบ้านถูกและอร่อยดี

มื้อเช้ากินในเมืองศรีสัชนาลัย ร้านชาวบ้านถูกและอร่อยดี

ใส่บาตรตอนเช้า

ใส่บาตรตอนเช้า

ก่อนทางเข้าอุทยานจะมีวัดเก่าซึ่งตั้งอยู่ในเขตเมืองเชลียงเดิมอยู่

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุเมืองเชลียง เรียกได้ว่าเป็นมหาธาตุสี่สมัยคาดว่าสร้างตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษที่ 18 จนถึงสมัยอยุธยา ภายในวัดประกอบด้วยศิลปะจากสี่ดินแดนคือ
–   สมัยทวารวดี เนื่องจากมีการขุดพบเครื่องของใช้สมัยทวารวดีราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 แต่อาจเป็นเพียงพื้นที่ทำกิจกรรมของผู้คนสมัยนั้นเฉยๆ
–   สมัยเขมรจากซุ้มทางเข้ามาหน้าคล้ายกับที่ปราสาทบายน และมีการขุดพบกระเบื้องเชิงชายที่มีลายแบบเขมรภายในวัด
–   สมัยสุโขทัย อันนี้แหงอยู่แล้วล่ะ
–   สมัยอยุธยาไม่มีอะไรแค่เพราะพระปรางค์ของวัดนี้มันเป็นพระปรางค์แบบอยุธยาชัดๆ คาดว่าทรงนี้มาในสมัยพระบรมไตรโลกนาถที่ยกทัพมาตีเมืองศรีสัชนาลัยคืนจากอาณาจักรล้านนาและปฏิสังขรณ์ใหม่ (พระปรางค์นี้เขาเล่าว่ามีมาตั้งแต่สมัยทวารวดี แล้วสร้างครอบในสมัยสุโขทัย จนครอบครั้งสุดท้ายเป็นอย่างที่เห็นสมัยอยุธยา แต่เรื่องนี้ไม่มีหลักฐานยืนยันใดๆ)

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

วัดใหญ่วัดนึงของอุทยานนี้เลยล่ะ

วัดใหญ่วัดนึงของอุทยานนี้เลยล่ะ

หน้าของพระอวโลติกศวรหรือท้าวจตุโลกบาล ศิลปะคล้ายเขมรที่ซุ้มทางเข้า

หน้าของพระอวโลติกศวรหรือท้าวจตุโลกบาล ศิลปะคล้ายเขมรที่ซุ้มทางเข้า

ได้รับอิทธิพลของขอมพอสมควร

พระปรางค์แบบอยุธยา

...

...

เจดีย์ทรงดอกบัวตูม รูปร่างคล้ายหลักเมือง หรือเป็นหลักเมืองของเมืองเชลียง แต่นั่นก็อยู่สูงเกินไป

...

พระพุทธรูปยืน

พระพุทธรูปปางลีลาแบบสุโขทัย

พระพุทธรูปปางลีลาแบบสุโขทัย

พระร่วง พระลือ

พระร่วง พระลือ

พระร่วงพระลือนี้ก็มีตำนานเขาเล่าว่าตอนเด็กๆพระร่วงเขาอยากมีน้อง เลยเอาไม้ทองหลางมาแกะสลักเป็นตุ๊กตาแบกไปไหนมาไหนตลอด จนมาวันหนึ่งพระร่วงไปยืนดูการยกหลักเมือง ยืนดูไปมาก็เมื่อยเลยวางตุ๊กตาลงเพราะหนักและเอ่ยขึ้นว่า “ข้าเมื่อยแล้ว เอ็งเดินเองมั่งละกัน” ทันใดนั้นตุ๊กตานั่นก็เดินได้เฉยเลย จึงเป็นที่กล่าวขานเรื่องวาจาสิทธิ์ของพระร่วง

...

เจดีย์มุเตาฐานแปดเหลี่ยม ตามตำนานเขาว่าเจ้าฟ้ารั่วจากเมืองมอญเป็นผู้สร้างขึ้นและตั้งชื่อว่ามุเตาตามชื่อเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ของเมืองมอญ คาดว่าแต่ก่อนประดับผิวด้วยทองจังโก

สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำ

สะพานคนเดินข้ามแม่น้ำ

ของขายยอดนิยมแถวนั้น "ข้าวตอกพระร่วง"

ของขายยอดนิยมแถวนั้น “ข้าวตอกพระร่วง”

อีกวัดหนึ่งที่อยู่ก่อนถึงทางเข้าอุทยานไม่ไกล

วัดโคกสิงคาราม

วัดโคกสิงคารามอยู่ในเขตกำแพงเมืองเชลียงไหนๆก็อยู่ใกล้กำแพงเมืองแล้วทางด้านทิศใต้เลยใช้กำแพงเมืองเป็นกำแพงวัดเลย ภายในวัดมีเจดีย์ทรงกลมแบบสุโขทัยอยู่ 3 องค์ แล้ว ประมาณพุทธศตวรรษที่ 21 เป็นช่วงที่กรุงศรีอยุธยาเรืองอำนาจจึงมีการสร้างฐานไพทีเชื่อมระหว่างเจดีย์ในภายหลัง

วัดโคกสิงคาราม

วัดโคกสิงคาราม

หลังจากนี้ก็เข้าสู่เขตอุทยานประวัติศาสตร์ (มีอีกวัดเก่าคือวัดชมชื่น แต่จากชื่อคิดว่าเป็นวัดใหม่เลยไม่ได้แวะซะงั้น)

เข้าพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ละ

เข้าพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ละ

วัดแรกที่พบคือ

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

ในเรื่องพระร่วงที่ ร.6 แต่งบอกว่าชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่าวัดสวนแก้ว แต่นายเทียนผู้ให้ข้อมูลบอกว่าชื่อวัดอุทยานน้อย เลยเรียกรวมกันเลยว่า วัดสวนแก้วอุทยานน้อยวัดนี้ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังเดิม จึงคาดว่าเป็นวัดหลวงประจำวัง เจดีย์ประธานเป็นเจดีย์ทรงดอกบัวตูม ซึ่งบ่งบอกถึงศิลปะสุโขทัยแท้ๆ ภายในวิหารพบพระพุทธรูป และแกนไม้ที่ทำด้วยพระกรของพระพุทธรูป ซึ่งอาจเป็นแกนไม้ของพระพุทธรูปชิ้นสุดท้ายของเมืองโบราณศรีสัชนาลัย

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

วัดสวนแก้วอุทยานน้อย

หากใครเคยค้นหาเกี่ยวกับอุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย วัดที่พูดถึงกันบ่อยสุดก็วัดนี้เลย

วัดเจดีย์เจ็ดแถว

วัดนี้เป็นวัดขนาดใหญ่ของเมืองศรีสัชนาลัยประกอบไปด้วยเจดีย์รูปทรงต่างๆถึง 33 เจดีย์เรียงกันอย่างเป็นระเบียบจนถือได้ว่าเป็นวัดที่มีการวางผังสมบูรณ์ที่สุดของสุโขทัยเลย บางทีอาจเป็นที่เก็บศพของพระบรมวงศานุวงศ์ของราชวงศ์สุโขทัยก็เป็นได้ (คล้ายวัดสวนดอก จ.เชียงใหม่) ภายในมีเจดีย์ทรงดอกบัวตูม (แบบสุโขทัยแท้) เจดีย์ทรงปราสาท (แบบสุโขทัยประยุกต์มาจากละโว้) และเจดีย์ทรงกลม (แบบล้านนา) แม้จะมีศิลปะผสมผสานหลายแบบ แต่จากการจัดวางที่เป็นระเบียบน่าจะสร้างในคราวเดียวกัน สมัยราวพุทธศตวรรษที่ 19

วัดเจดีย์เจ็ดแถว

วัดเจดีย์เจ็ดแถว

...

ทางเข้า

...

...

...

...

ถ่ายให้ครบไม่ได้ เอารูปโมเดลไปก่อนละกัน

ถ่ายให้ครบไม่ได้ เอารูปโมเดลไปก่อนละกัน

จากนั้นก็ไปวัดคู่ที่อยู่รั้วติดกันกับวัดเจดีย์เจ็ดแถว

วัดนางพญา

วัดใหญ่อีกวัดหนึ่งที่ตั้งอยู่ในแกนหลักของเมืองศรีสัชนาลัย สำคัญ แต่ไม่พบหลักฐานการสร้างในพงศาวดารใดๆ  แต่มีตำนานเขาว่าสร้างโดยพระนางพสุจเทวี พระธิดาของเจ้ากรุงจีน พระอัครมเหสีของพระร่วง

วัดนางพญา

วัดนางพญา

ขนาดเจดีย์นั้นใหญ่กว่าเจดีย์ในวัดเจดีย์เจ็ดแถว

ปล้องของเจดีย์นี้เองที่ทำให้คาดเดากันว่าสร้างในสมัยอยุธยา เพราะมีปล้องไฉนเป็นรูปแบบของศิลปะอยุธยามากกว่าแบบของสุโขทัย

...

ภายในคาดว่าเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป

ตอนแรกว่าในวัดไม่มีอะไร แต่ทางด้านหน้า (ด้านหลังหากไปจากวัดเจดีย์เจ็ดแถว) มีไฮไลท์อยู่อีกจุดหนึ่ง

ตอนแรกว่าในวัดไม่มีอะไร แต่ทางด้านหน้า (ด้านหลังหากไปจากวัดเจดีย์เจ็ดแถว) มีไฮไลท์อยู่อีกจุดหนึ่ง

นั่นคือผนังดินเผาที่ยังหลงเหลืออยู่

นั่นคือผนังดินเผาที่ยังหลงเหลืออยู่แปลงมาจากลายมงคลของจีน เขาว่าลายเหล่านี้แหล่ะที่เป็นแรงบันดาลใจช่างเงิน ช่างทองนำไปทำเป็นลาย “ทองโบราณศรีสัชนาลัย”

จากนี้ก็ไปขับรถแวะวัดตามทางไปเรื่อย

วัดหลักเมือง

วัดนี้รูปรร่างแบบศิลปะปราสาทขอม ร.6 เขาว่าไม่ใช่วัด ไม่ใช่โบสถ์ น่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นหลักเมือง เป็นที่สิงสถิตดวงของเมือง

...

วัดหลักเมือง

วัดอุดมป่าสัก

วัดป่าอุดมสักประกอบด้วยวิหาร 7 ห้อง หลังคาทางมนิลา ภายในมีพระพุทธรูปปางมารวิชัย เจดีย์ประธานทรงดอกบัวตูมรายล้อมด้วยเจดีย์บริวารมากมาย …ตามคำบรรยายนะ แต่ของจริงอย่างที่เห็นในรูป เห็นแต่ฐานอ่ะ – -”

วัดอุดมป่าสัก

วัดอุดมป่าสัก

จากนี้ก็ไปมีโบราณสถานหลายแห่งที่ยังไม่มีชื่อ

พวกเหลือแต่ฐานก็มีเยอะ

พวกเหลือแต่ฐานก็มีเยอะ

อีกที่หนึ่ง แต่บริเวณก็พอสมควรนะ

อีกที่หนึ่ง แต่บริเวณก็พอสมควรนะ

วัดเขาพนมเพลิง

วัดนี้ตั้งอยู่บนยอดเขากลางเมืองศรีสัชนาลัย (เขาพนมเพลิงเ็นเขาเตี้ยๆพาดกลางเมืองศรีสัชนาลัย ซึ่งการสร้างเมืองที่นี่มาจากความเชื่อที่ว่าภูผาใหญ่คืออำนาจธรรมชาติที่ศักดิ์สิทธิ์ และภูเขาเป็นที่ประทับและติดต่อกับเทพเจ้า) ตำนานมีปรากฎอยู่ในพงศาวดารของภาคเหนือ เรื่องตำนานสร้างเมืองสวรรคโลกเรื่อง ฤาษีสัชนาลัยกล่าวกับผู้นำชุมนุมชื่อบาธรรมราชว่า “สูเจ้าจงเอาพนมเพลิงเข้าไว้ในเมืองที่เป็นที่สร้างพรตบูชากูรณ์”

ทางขึ้นกว้างและสูง  เดินเรียกเหงื่อได้พอสมควร

ทางขึ้นกว้างและสูง 114 ขั้น เดินเรียกเหงื่อได้พอสมควร

ข้างบนเหม็นกลิ่นสัตว์เน่ามาก

ข้างบนเหม็นกลิ่นสัตว์เน่ามาก

...

พระพุทธรูปปางมารวิชัย

...

ข้างหลังนั่นคือศาลเจ้าแม่ละอองสำลี

...

โบราณสถาน บ.น. 17

สองวัดเล็กๆนี่ ไม่มีชื่อ มีป้ายคำบรรยาย แต่ขี้เกียจพิมพ์

หมายเลข 17...

หมายเลข 17…

โบราณสถาน บ.น. 14

...หมายเลข 14

…หมายเลข 14

วัดช้างล้อม

วัดนี้มีช้างล้อมตามคติการสร้างวัดของศรีลังกา คาดว่าเป็นวัดที่พ่อขุนรามคำแหงสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1828 เพราะมีพระราชดำริว่าจะขึดพระบรมสารีริกธาตุมาเฉลิมฉลองเป็นเวลาหนึ่งเดือนหกวัน จากนั้นจึงนำกลับไปฝังที่กลางเมืองศรีสัชนาลัยพร้อมสร้างเจดีย์ครอบและกำแพงช้างล้อม ใช้เวลาในการก่อสร้างทั้งสิ้น 9 ปี

วัดช้างล้อม

วัดช้างล้อม

กว้างใหญ่สวยงาม

กว้างใหญ่สวยงาม

แฟชั่นสมัยนั้น มีวัดต้องมีช้าง

แฟชั่นสมัยนั้น มีวัดต้องมีช้าง

...

พระพุทธรูปรอบเจดีย์ มีทั้งหมด 20 องค์

...

นักท่องเที่ยวบางตา ส่วนใหญ่คงเที่ยวสุโขทัยแล้วกลับเลย

กองโบราณสถานหมายเลขไรไม่รู้ เริ่มขี้เกียจลงจากรถ

กองโบราณสถานหมายเลขไรไม่รู้ เริ่มขี้เกียจลงจากรถ

เหมือนเมืองทั่วไปที่มีกำแพงล้อมรอบและมีประตูเมือง

เหมือนเมืองทั่วไปที่มีกำแพงล้อมรอบและมีประตูเมือง

แต่ละอุทยานประวัติศาสตร์ก็มีไฮไลท์ กำแพงเพชรมีวัดพระแก้วกับวัดช้างล้อม สุโขทัยมีวัดศรีชุมกับวัดมหาธาตุ ส่วนที่นี่มีวัดพระศรีรัตนมหาธาตุกับอีกที่หนึ่งคือที่นี่แหล่ะ (ในความคิดเราน่ะนะ)

วัดเขาสุวรรณคีรี

อีกวัดเด่นบนเขาพนมเพลิง สูงจากพื้น 28 เมตร ตามพระราชนิพนธ์ของ ร.6 ว่าไว้ว่าแต่ก่อนวัดเขาพนมเพลิงหมายถึงทั้งสองยอดเจดีย์ (วัดเขาพนมเพลิง + วัดเขาสุวรรณคีรี) เพราะตามพงศาวดารชาวเหนือนั้นว่ามีการบูชากูรณ์ที่ยอดเขาซึ่งยอดวัดเขาสุวรรณคีรีนั้นสูงกว่าวัดเขาพนมเพลิง ดังนั้นวัดที่ฤาษีให้สร้างก็ควรเป็นที่นี่

ต้องขับรถขึ้นมาจอดบนยอดเนิน

ต้องขับรถขึ้นมาจอดบนยอดเนิน

เดินขึ้นอีกพอประมาณ

เดินขึ้นอีกพอประมาณ

วัดเขาสุวรรณคีรี

วัดเขาสุวรรณคีรี

มีท้าวทวารบาลเฝ้าประตูด้วย

มีท้าวทวารบาลเฝ้าประตูด้วย

เจดีย์สูงใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขา ที่นี่มองเห็นได้แต่ไกลเลย

เจดีย์สูงใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขา ที่นี่มองเห็นได้แต่ไกลเลย

มีความโดดเด่นตรงที่เป็นสิ่งก่อสร้งขนาดใหญ่อยู่บนภูเขานี่แหล่ะ

มีความโดดเด่นตรงที่เป็นสิ่งก่อสร้งขนาดใหญ่อยู่บนภูเขานี่แหล่ะ

ด้านหลังมีอีกเจดีย์ขนาดเล็ก

ด้านหลังมีอีกเจดีย์ขนาดเล็ก

หลังจากนี้ก็เก็บวัดรายล้อมละ

วัดกุฏีราย

สร้างในสมัยสุโขทัย หลักฐานไม่มีหรอก แต่เดากันว่าอยู่ในสมัยสุโขทัยตอนปลายเพราะลักษณะมณฑปคล้ายกับหลายวัดในช่วงนั้น

วัดกุฏีราย

วัดกุฏีราย

แหล่งเตาบ้านป่ายาง

แหล่งเตาบ้านป่ายางตั้งอยู่นอกกำแพงเมืองใกล้ประตูเตาหม้อ ซึ่งเป็นเตาชนิดระบายความร้อน เขาว่าที่นี่น่าจะเริ่มผลิตในช่วงพุทธศตวรรษที่ 21-22 เน้นคุณภาพแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ กลุ่มเตายักษ์ (ทำรูปปั้นพวกยักษ์ เทวดา) และกลุ่มเตาตุ๊กตา (ทำพวกตุ๊กตาสัตว์)

แหล่งเตาบ้านป่ายาง

แหล่งเตาบ้านป่ายาง

มาถึงเมืองนี้แล้วอีกที่หนึ่งที่ต้องแวะคือแหล่งเตาสังคโลกบ้านเกาะน้อยซึ่งเปิดให้เข้าชมสองที่ แต่ตอนไปแหล่งที่ 61 ปิดซ่อมอยู่

กลุ่มอนุรักษ์กลุ่มเตาสังคโลก หมายเลข 42

แหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาของเมืองศรีสัชนาลัยถือว่าเป็นแหล่งผลิตที่ใหญ่ที่สุดในแม่น้ำยม ซึ่งแหล่งที่บ้านเกาะน้อยมีทั้งเตารุ่นเก่าที่ขุดดินลงไปอายุราวพุทธศตวรรษที่ 17 จนถึงเตาอิฐบนเนินดินที่มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 19-22 นอกจากที่บ้านเกาะน้อยแล้วยังมีแหล่งเตาเผาที่อื่นอีกเช่น บ้านป่ายาง บ้านหนองอ้อ แต่ถ้าเอาแบบดูเน้นๆมาที่นี่แหล่ะ มีสร้างศูนย์เตาเผาเป็นหลักเป็นแหล่ง

ระหว่างทางจะพบเห็นเตาโบราณอยู่ตลอด ความยาวทั้งหมดประมาณ 5 กิโลเมตร

ระหว่างทางจะพบเห็นเตาโบราณอยู่ตลอด ความยาวทั้งหมดประมาณ 5 กิโลเมตร

เข้ามาในเขต เตาที่ 42 แล้ว

เข้ามาในเขต เตาที่ 42 แล้ว

นี่คือเตาที่ 42 ขนาดใหญ่มาก

นี่คือเตาที่ 42 ขนาดใหญ่มาก

อีกมุมหนึ่ง

อีกมุมหนึ่ง

มีส่วนประกอบคล้ายไม้ไผ่ในเตาด้วยแฮะ

ลักษณะเป็นเตาซ้อนทับกัน 9 ชั้น

เนื้อหาเริ่มขี้เกียจพิมพ์ อ่านเองเน้อ

เนื้อหาเริ่มขี้เกียจพิมพ์ อ่านเองเน้อ

รูปตัดเตาเผาโบราณ

รูปตัดเตาเผาโบราณ

การทำเครื่องปั้นดินเผา

การทำเครื่องปั้นดินเผา

เดินทางกลับกรุงเทพ ผ่านอีกวัดหนึ่ง

วัดหัวโขน

ผ่านเฉยๆ

วัดหัวโขน

วัดหัวโขน

...

ชีวิตเล็กๆ bye bye ศรีสัชนาลัย

ชีวิตเล็กๆ bye bye ศรีสัชนาลัย

จากนี้ก็เดินทางดิ่งกลับกรุงเทพเลย

แวะข้างทางกินข้าวกลางวันสักที่หนึ่งกับอาหารธรรมดาๆ

แวะข้างทางกินข้าวกลางวันสักที่หนึ่งกับอาหารธรรมดาๆ

ได้เวลามื้อเย็นที่ร้านนองเปิ้ล (ในปั๊ม) จ.อยุธยา

ได้เวลามื้อเย็นที่ร้านนองเปิ้ล (ในปั๊ม) จ.อยุธยา

เป็นไงมั่งครับกับไตรภาค กำแพงเพชร-สุโขทัย-ศรีสัชนาลัย ความงดงามและยิ่งใหญ่ในอดีตอันทรงคุณค่าแก่การค้นหา ปิดตำนานที่มีการบันทึกของภาคกลาง ครั้งหนึ่งหากเคยเชยชมอยุธยาแล้ว ส่วนของกำแพงเพชร-สุโขทัย ก็มีประวัติศาสตร์ และสิ่งปลูกสร้างโบราณที่ควรได้ชมสักครั้งไม่แพ้กัน คราวหน้าต่อด้วยตำนานภาคเหนือนะ (ถ้าไม่ขี้เกียจ 555)

ขอบคุณข้อมูลจาก กรมศิลปากร จังหวัดสุโขทัย และ museum press

หากใครใคร่รู้เรื่องเกี่ยวกับเมืองสุโขทัย และศรีสัชนาลัยเพิ่มเติม แนะนำหนังสือ “สุโขทัย ศรีสัชนาลัย โดยสำนักพิมพ์ museum press” รูปสวย อ่านง่ายและมีรายละเอียดพอควร ของดี 205 บาท น่ามีไว้สักเล่มครับ http://www.museum-press.com/customize_0_24030_TH.html3

(ถ้าอ่านแล้วก็จะได้รู้ว่าหลายอันเรามั่ว piggy-emoticon-022 )

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s