อุทยานประวัติศาสตร์พิมาย

อุทยานประวัติศาสตร์พิมายเคยไปครั้งแรกเมื่อปี 2002 คราวนี้ได้มีโอกาสไปอีกทีเนื่องจากเป็นทางผ่านขากลับของการไปร่วมงานรับปริญญาน้องของเด็กดอยที่ขอนแก่น เลยแวะไปสักหน่อย แต่ครั้งนี้ไปแบบถ่ายไม่ได้น้ำได้เนื้อสักเท่าไหร่ มีแต่คน ไว้คราวต่อไป ไปกับพี่น่าจะได้รูปที่มีความสำคัญครบถ้วนพร้อมโบราณสถานโดยรอบมากกว่านี้

เริ่มที่สถานที่ตั้ง ปราสาทหลังใหญ่นี้ตั้งอยู่ใน ตำบลในเมือง อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา

ปราสาทหินพิมายเป็นพุทธศาสนสถานฝ่ายมหายาน สร้างในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16 มีการบูรณะยาวนานกว่า 200 ปีจนถึงสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มหาราชองค์สุดท้ายของอาณาจักรขอม ตัวปราสาททำด้วยหินทรายเป็นปราสาทหินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลักษณะเป็นศิลปะแบบบาปวนและนครวัด หันหน้าไปทางทิศใต้ซึ่งเป็นทิศของเมืองนครวัดในอาณาจักรขอม

สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 1 เรียกที่แห่งนี้ว่า ภีมปุระ ซึ่งแปลว่า นครแห่งความเข้มแข็ง ส่วนชื่อของพิมายมาจากคำว่า “วิมาย” ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ผู้ปราศจากมายา ตามที่ปรากฏบนจารึกกรอบประตูทางเข้าของปราสาทมีบทหนึ่งกล่าวถึงเมืองนี้ถูกเรียกว่า “วิมายะปุระ” แปลว่า เมืองของพระผู้ปราศจากมายา คือพระพุทธเจ้า

ป้ายทางเข้าอุทยาน

ป้ายทางเข้าอุทยาน

คลังเงิน เขาว่าเป็นที่เก็บสมบัติโบราณ แต่ไปล่าสุดกฃายเป็นที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากษัตริย์ตามยุคสมัยของคำบรรยาย

คลังเงิน เขาว่าเป็นที่เก็บสมบัติโบราณ แต่ไปล่าสุดกฃายเป็นที่เปลี่ยนเสื้อผ้ากษัตริย์ตามยุคสมัยของคำบรรยาย

สะพานนาคกะสิงห์

สะพานนาคกะสิงห์

เข้ามาส่วนในเห็นปรางค์ประธานไกลๆ

เข้ามาส่วนในเห็นปรางค์ประธานไกลๆ

ระเบียงทางเดินภายใน

ระเบียงทางเดินภายใน

ทางเดินข้างใน

ทางเดินข้างใน

หลุมเก็บสมบัติโบราณ

หลุมเก็บสมบัติโบราณ

อักษรโบราณที่ยังคงมีให้เห็นอยู่

อักษรโบราณที่ยังคงมีให้เห็นอยู่

แปลแล้วก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง 555 แต่เขาว่ากล่าวถึงการสร้างเมืองพิมายและการสร้างรูปเคารพต่างๆ

แปลแล้วก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง 555
แต่เขาว่ากล่าวถึงการสร้างเมืองพิมายและการสร้างรูปเคารพต่างๆ

พระปรางค์สำคัญมีอยู่สามองค์ จากซ้ายไปขวาคือ ปรางค์หินแดง ปรางค์ประธาน และปรางค์พรหมทัต

พระปรางค์สำคัญมีอยู่สามองค์ จากซ้ายไปขวาคือ ปรางค์หินแดง ปรางค์ประธาน และปรางค์พรหมทัต

หอพรหมณ์ คาดว่าไว้ประกอบพิธีกรรม

หอพรหมณ์ คาดว่าไว้ประกอบพิธีกรรม

ปรางค์หินแดงเขาว่าข้างในมีศิวลึงค์จำนวน 7 องค์ เลยคาดว่าเป็นที่ประกอบศาสนาพราหมณ์ แต่พอเข้าไปก็ไม่เห็นอะไร

ปรางค์หินแดงเขาว่าข้างในมีศิวลึงค์จำนวน 7 องค์ เลยคาดว่าเป็นที่ประกอบศาสนาพราหมณ์ แต่พอเข้าไปก็ไม่เห็นอะไร

ปรางค์ประธาน ที่เห็นบนหน้าบัณฑ์นั้นคือภาพศิวนาฏราชหรือพระศิวะฟ้อนรำ 108 ท่าในศาสนาฮินดูเชื่อว่าถ้าพระศิวะเต้นผิดเมื่อไหร่ โลกบรรลัยเลย

ปรางค์ประธาน ที่เห็นบนหน้าบัณฑ์นั้นคือภาพศิวนาฏราชหรือพระศิวะฟ้อนรำ 108 ท่าในศาสนาฮินดูเชื่อว่าถ้าพระศิวะเต้นผิดเมื่อไหร่ โลกบรรลัยเลย

พระพุทธรูปนาคปรก

พระพุทธรูปนาคปรก

จุดขายปรางค์นี้จริงๆคือภาพพุทธประวัติตอน "มารวิชัย" เพราะเป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าปราสาทนี้ทำเพื่อศาสนาพุทธนิกายมหายาน

จุดขายปรางค์นี้จริงๆคือภาพพุทธประวัติตอน “มารวิชัย” เพราะเป็นหลักฐานที่ทำให้เชื่อว่าปราสาทนี้ทำเพื่อศาสนาพุทธนิกายมหายาน

ปรางค์พรหมทัต ก่อด้วยศิลาแลง

ปรางค์พรหมทัต ก่อด้วยศิลาแลง

ประติมากรรมศิลารูปบุคคลขนาดใหญ่นั่งขัดสมาธิ

ประติมากรรมศิลารูปบุคคลขนาดใหญ่นั่งขัดสมาธิ ชาวบ้านเลยเรียกว่าท้าวพรหมทัต แต่นักโบราณคดีเชื่อว่าเป็นพระรูปของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ส่วนนางอรพิมพ์นั้นไม่ได้ถ่ายมา

ถ่ายผ่านจากปรางค์แดง

ถ่ายผ่านจากปรางค์แดง

ในนิทานเขาว่ามีสตรีนางหนึ่งชื่อ นางอรพิมพ์ ได้อยู่กินกับนายปาจิตตกุมาร แห่งเมืองพรหมพันธุ์นคร ระหว่างที่สามีไม่อยู่ พรหมทัตกุมารกษัตริย์เมืองแห่งหนึ่ง ได้เสด็จเจอนางอรพิมพ์ ด้วยความสวยมากจึงได้เอานางไปอยู่ด้วย แต่เมื่อพรหมทัตกุมารเข้าใกล้นางจะร้อนเป็นไฟ เมื่อปาจิตตกุมารกลับมาไปเจอ แต่ทำไรไม่ได้เลยทำเป็นพี่ชายมาพบน้องสาวเพื่อเข้าหานางอรพิมพ์ นางอรพิมพ์จึงบอกกับพรหมทัตกุมารว่า” พี่ชายมา”พอเข้ามาก็ปลิดชีวิตพรหมทัตกุมารและช่วยหนีออกมาได้ เรื่องเล่าขานนี้เป็นที่มาของคำว่า “พิมาย” (พอๆกับตำนานพระนางเชิญเลย 555)

บาราย (สระน้ำ) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการวางผังของปราสาทขอม เพื่อเป็นแหล่งน้ำกิน น้ำใช้

บาราย (สระน้ำ) เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการวางผังของปราสาทขอม เพื่อเป็นแหล่งน้ำกิน น้ำใช้

บริเวณรอบข้างมีส่วนที่น่าสนใจคือกุฏิฤาษี แต่ไม่ได้ถ่ายมา

บริเวณรอบข้างมีส่วนที่น่าสนใจคือกุฏิฤาษี แต่ไม่ได้ถ่ายมา

ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน/วางไม่สเร็จ

ชิ้นส่วนที่ไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน/วางไม่สเร็จ

...

ไว้ทำพิธีพราหมณ์มั้ง

ไว้ทำพิธีพราหมณ์มั้ง

ขากลับถ่ายอีกที ปราสาทหินพิมาย

ขากลับถ่ายอีกที ปราสาทหินพิมาย

พอมาพิมพ์บลอกก็เหมือนการได้หาข้อมูล (ความจริงเขาต้องหาก่อนเที่ยวไม่ใช่รึ !!) ในจังหวัดนครราชสีมาก็มีแหล่งโบราณคดีที่น่าสนใจอยู่อีกไม่น้อย เช่น

– เมืองสีมา อ.สูงเนิน เป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ราวปีพุทธศตวรรษที่ 12 – 15 ที่เมืองนี้มีพระนอนหินทราย สมัยทวารวดี ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อยู่ที่วัดธรรมจักรเสมาราม

– ปราสาทเมืองเก่า อ.สูงเนิน เป็นเหมือนโรงพยาบาลสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ในพุทธศตวรรษที่ 18

– ปราสาทโนนนกู่ และ ปราสาทเมืองแขก อ.สูงเนิน เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 16

– แหล่งโบราณคดีบ้านปราสาท อ.โนนสูง เป็นชุมชนโบราณสมัยก่อนประวัติศาสตร์ 1,500 – 3,000 ปีก่อน อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของกู่ธารปราสาท ศาสนสถานสมัยทวารวดี อายุกว่า 1,000 – 1,500 ปี และสมัยขอม 900 – 1,000 ปี

– ปราสาทห้วยแคน อ.ห้วยแถลง เป็นที่พักคนเดินทางสำหรับผู้ที่มาจากพระนคร (ขอม) มายังปราสาทพิมาย สร้างสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 อายุราวพุทธศตวรรษที่ 18

– ปราสาทพนมวัน อ.เมือง เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย อายุราวพุทธศตวรรษที่ 15 – 17 ภายในมีศิลาจารึกกล่าวถึงพระเจ้าชัยวรมันที่ 6 ให้มีผู้ดูแลอาศรม และถวายของแด่รูปเคารพ

ไว้ไปครั้งหน้าจะเอามาฝากนะครับ

https://ttspace.wordpress.com/2013/11/29/old-korat/

ขอบคุณเนื้อหาจาก : ป้ายของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, nakhonkorat.com

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s