Seoul Out

เมื่อกลางปี 2011 หลังจากกลับทริปโตเกียว เพื่อนแม่ที่ร่วมทริปชวนไปเกาหลี ตามรอยซีรีย์ดัง ด้วยความที่ที่บ้านไม่ได้ปลื้ม หรือติดตามซีรีย์เกาหลีเลย ก็ไม่ไปอ่ะ ประเทศมันไม่มีอะไรนิหน่า หากไม่ดูหนังที่ไหนก็งั้นๆ มีแต่ของเลียนแบบและของปลอม แต่พอได้เห็นใบเสนอราคาหนึ่งหมื่นกลางๆ (แต่ไปจริงหมื่นปลาย เพราะเลื่อนไปโดนช่วงวันหยุดราคาเลยเพิ่ม)เกิดความลังเลขึ้นในใจ เพราะเหมือนก่อนหน้านี้อาจารย์เคยจัดแล้วราคาไปที่สองหมื่นกลาง ช่วงที่ไปประมาณต้นเดือนพฤษจิกายน ซึ่งอากาศไม่หนาวมาก อยู่ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีพอดี เอ้า! ไหนๆพลาดใบไม้เปลี่ยนสีที่โตเกียว (ไปตอนหน้าฝน) ไปดูที่เกาหลีแทน

…แต่เนื่องจากอุทกภัยวายป่วงช่วงปลายปี 2011 ทำให้ทริปนี้ถูกเลื่อนไปเป็นต้นเดือนธันวาคมแทน เข้าฤดูหนาวแล้ว …หนาวมาก แต่ยังไม่ถึงขั้นหิมะตก ผู้ร่วมทริปก็มีคู่ฮันนีมูน ถึงสามคู่ด้วยกัน อืม สมกะเป็นเกาหลี คนส่วนใหญ่ที่ไปก็คงประมาณนี้แหล่ะมั้ง ดูแล้วอินเลยอยากมา กับพวกแม่บ้านติดน้ำเน่า บลอกเรื่องนี้ก็เป็นเกาหลีสไตล์คนโสดไม่ติดซีรีย์ (ไม่เคยดูซักเรื่อง) ภาพที่ได้อาจสื่อไม่ถึงอารมณ์แห่งเกาหลีนะครับ 555

ถึงสนามบินอินชอนตอนเช้ามืด

เมื่อมาถึงก็มีผู้ต้อนรับสองคนคือไกด์ประจำทริปชื่อไมค์เป็นคนไทย ทำงานที่เกาหลี ผู้นิยมชมชอบอะไรก็ดีไปหมด มีการบอกว่าค่าแรงที่นี่สูงกว่าญี่ปุ่นอีกแน่ะ (สูงจริงโนเกียจะทำการ “ลดต้นทุน” โดยมาผลิตที่นี่รึ 555) แต่อย่างว่าเป็นไกด์ประเทศไหนก็ต้องพูดยกหางประเทศนั้นแหล่ะ แท้จริงเป็นอย่างไรไปดูกัน และแจ๊กกี้เป็นคนที่ช่วยงานบริการต่างๆ ซึ่งหน้าที่จริงเขาคือคอยถ่ายรูปแล้วเอามาขายตอนจบทริป ไกด์ชาวไทยจึงบอกว่าการซื้อรูปนั้น ที่ได้ไม่ใช่แค่รูป แต่หมายถึงบริการด้วย (แต่ไม่ซื้อก็ไม่ผิดกติกา)

เดินทางเข้าเมือง

มากินอาหารมื้อแรกที่เกาหลี

ทัคคาลบี ไก่ผัสซอสเกาหลี

ที่จริงต้องผัดเอง แต่แจ๊กกี้มาผัดให้

อาหรมื้อแรก ประทับใจครับ อร่อยกว่าที่คิดเยอะ ก่อนหน้านี้พอพูดถึงอาหารเกาหลีจะคิดไปว่าเหม็นๆอย่างเดียวเลย 555

เริ่มเที่ยวที่แรกเลยคือ เกาะนามิ สถานที่ถ่ายเรื่อง Winter Love Song มันดังขนาดนั้นเลยเหรอว้า ทัวร์ไหนๆพอพูดถึงเกาะนี้ก็จะพูดถึงแต่เรื่องนี้ หรือเพราะจุดขายอื่นมันไม่มี

Namiseom

เกาะนามิ Nami island เป็นเกาะที่เกิดจากการสร้างเขื่อน Cheongpyeong เพื่อกั้นแม่น้ำ Bukhan ในปี ค.ศ. 1944 ชื่อของเกาะมาจากนายพลนามิที่เสียชีวิตตอนอายุ 28 เพราะทำงานได้โดดเด่นเลยข้อหากบฏไปซะ ในช่วงรัชสมัยของกษัตริย์เซโจ กษัตริย์ที่เจ็ดของราชวงศ์โชซอนของเกาหลี เขาว่าหลุมศพฝังไว้ที่ตำแหน่งของเกาะนี้ แต่ไม่สามารถหาป้ายหลุมศพได้ เลยเป็นความเชื่อแกมแช่งว่าใครเอาหินบนเกาะนี้ไปแม้แต่ก้อนเดียวขอให้เอ็งซวย ตอนหลังจากพัฒนาเกาะเป็นที่ท่องเที่ยวแล้วค่อยมาทำหลุมศพให้ เมื่อปี ค.ศ. 1965 นาย Minn Byeong-do ได้ซื้อเกาะนี้ไว้เพราะอยากใช้ชีวิตบั้นปลายกับธรรมชาติ เมื่อซื้อมาก็ทำการปรับปรุงสภาพเกาะใหม่ โดยการปลูกต้นไม้ต่างๆ เช่น ต้นเกาลัด ต้นหม่อน พอไปกู้เงินก็ได้รับคำปรึกษามาว่า เอ็งเอาไปทำเป็นที่ท่องเที่ยวเฮอะ จากเจตนาปลีกวิเวกกลายเป็นความทะเยอทะยาน จนตั้งเป็นบริษัท Namisum Inc. และเปลี่ยนเป็นที่เที่ยวที่ผสมผสานระหว่างธรรมชาติ และวัฒนธรมเกาหลีเข้าด้วยกัน จนเป็นสถานที่เที่ยวอันโด่งดังอย่างทุกวันนี้

พอมาถึงอากาศอย่างหนาว เดินไปมือแข็ง ใส่ถุงมือก็กดชัตเตอร์ไม่ไป ยังดีที่มีจุดแวะพักมันคือกองไฟที่เขาก่อไว้ให้ผิงร่างกายให้อบอุ่น ไฮไลท์ของที่นี่คงเป็นรูปปั้นของหนังทิวสน และทิวบ๊วย

ท่าเรือไปเกาะ

ภายในเรือกว้างขวางทีเดียว

เทียบท่าเกาะนามิแล้ว

หินสลักชื่อเกาะนามิ กับรูปปั้นไปเรื่อยในน้ำ

หลุมศพนายพลนามิ

แถวนี้เขาทำสะพานไม้ให้เดิน

ยังดีที่มีก่อกองไฟไว้ให้ ไม่งั้นเดินไม่ถึงแน่นอน อากาศหนาว ลมเย็น

บ้านสร้างแบบย้อนยุคให้เห็นความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน

เผลอๆจะมีรูปปั้นโผล่มาแบบไม่มีเหตุผล

สักแต่ว่าปั้นเยอะ

มาอันนี้หลงสามัญสำนึกที่สุด มาไงหว่า อย่างเอ็งต้องไปตั้งในโรงเรียนอนุบาลนู่น

กองหินไรไม่รู้ แถวนี้มีคนตายมั้ง

อันนี้ปั้นใหญ่ คงมีความหมายแหล่ะ

ว้าว สวยไหมล่ะ ไฮไลท์เขาล่ะ แต่อย่าเอาไปเทียบกับสวนสนระยองนะ คนละลีก
อันนี้แนวสั้นๆ เหมือนทำมาเพื่อถ่ายรูปเฉยๆ

รูปปั้นไฮไลท์อีกอัน
ส่วนที่เป็นรูปฉากหนังอันนั้นอนาถเกินเลยไม่ถ่ายดีกว่า

เที่ยวเสร็จก่อน กลับมารอก่อน อยู่ห่างไอนี่ไม่ได้เลย

กลับมาฝั่งแล้วก็มองแต่ของกิน

หนมปังน่ากิน แต่ยังอิ่มอยู่จากไส้กรอกบนเกาะ

เกาลัด ถูกกว่าจีน แต่ไม่อร่อยเท่าจีน (อ๊ะๆ ไหงว่าค่าแรงแพงไงล่ะ)

ระหว่างนี้มีตัวแถมเล็กๆสองที่คือลานสกีกับไร่สตอเบอรี่

SKI HOUSE

ลานสกี สามาถเล่นได้ แต่ค่าเช่าแอบแพงรวมแล้วประมาณพันบาท เลยไปเหยีบๆกันไม่มีใครเล่นหรอก ช่วงที่ไปหิมะยังไม่มาเลยใช้เครื่องปั่นหิมะเอา ซึ่งก็ได้ระดับนึง แต่ไม่เต็มเขา

ถึงลานสกี

หิมะยังไม่เต็นลานสกี แต่ลานระดับผู้เริ่มต้นพอเล่นได้แล้ว

ปลอมแต่ก็ขาวโอเคแหล่ะ

ไร่สตอเบอรี่

คุณไกด์เขาว่าที่เกาหลีเนี่ย ดินดี ดีโคตรๆ ปลูกอะไรก็อร่อย ถึงเอาพันธุ์ไปปลูกที่อื่นก็ไม่เหมือน ว่าแล้วก็ไปไร่สตอเบอรี่เลย คนนึงเก็บได้ 5 เม็ด

ไร่ ?

กว่าจะได้ 5 เม็ดแทบตาย ส่วนใหญ่เม็ดแคระๆแกรนๆ แต่ก็อร่อยดี หวานๆ รสปลอมๆนิดหน่อย

ชิโร่ หมาเฝ้าไร่

เที่ยวธรรมชาติที่เกาะนามิแล้วมาเที่ยวศาสนากันบ้างกับวัดพระใหญ่

Waujeongsa Temple

วัดวาวูจองซา วัดเก่า…ตั้งกะปี ค.ศ. 1970 แน่ะ คาดว่าทำมาก็เพื่อปฏิวัติการท่องเที่ยวครบวงจรน่ะแหล่ะ ญี่ปุ่นมีหลวงพ่อโตรึ อันนี้มีพระเศียรใหญ่มั่งดิ วัดนี้พระสงฆ์ชื่อ Kim Hae-Geun สร้างขึ้นในสมัยสงครามเกาหลี แสดงถึงการรวมตัวของเหนือและใต้ จะนำมาซึ่งการกำเนิดสันติภาพดั่งนิพพานตามศาสนาพุทธ ในบริเวณมีรูปปั้นพระเยอะกว่า 3,000 รูป แต่ที่เด่นๆก็ Buldu หัวพระพุทธรูปยักษ์สูง 8 เมตรที่ทางเข้าซึ่งถือเป็นเศียรพระที่ใหญ่ที่สุดในโลก (ทำใหญ่ทั้งตัวสู้เขาไม่ได้ก็เล่นงี้เลย – -“) และ Wabul รูปพระนอนแกะสลักจากไม้สนอินโดนีเซียความยาว 12m วัดนี้ตั้งอยู่บนเขา ถ้าเป็นฤดูใบไม้ผลิ ดอกซากุระจะบานงดงามเต็มวัด

เป็นประเทศแห่งการ “ปั้นไปเรื่อย” จริงๆ 555

Babul

ปั้นใหญ่สุดไม่ได้ ใหญ่สุดแค่หัวก็ยังเอา

ผลงานคนไทย ไกด์บอกแต่ก่อนไม่มีหรอก คนไทยนี่แหล่ะแนะช่องทางหากินให้วัดเขา “ทำบุญกระเบื้องสิ”

กุฎิวัด? รีสอร์ทของวัด? ไรไม่รู้?

เจดีย์เหล่านี้ก่อมาจากผู้เลื่อมใสทั่วโลกเอาหินจากที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆทั่วโลกทั้งอิเดีย พม่า จีน และไทยมาก่อเป็นเจดีย์ไปอย่างไม่รู้จบ เพื่อแสดงถึงสันติภาพของโลก

Hall of Nirvana

ภายในมีพระศักายมุนี 5 รูปที่ทำจากทองเหลืองหนัก 30 ตัน

ระฆังทองเลืองหนัก 12 ตัน ใช้ประกอบพิธีโอลิมปิคปี ค.ศ. 1988

Wabul

ก็คนพวกนี้มันเรียกเงินง่ายหนิ 555

มื้อเย็นวันนี้กินชาบูหมู อร่อยอีกแหล่ะ

มื้อเย็นที่ร้านนี้

ในร้านมีขายของด้วย

Shabu Shabu

กินอิ่มมื้อเย็นแล้วก็เดินย่อยอาหารที่ป้อมฮวาซองสักหน่อยก่อนนอน

Hwaseong Fortress

ป้อมฮวาซอง ป้อมนี้ยาวประมาณ 5,520 เมตรสร้างขึ้นในช่วง ค.ศ. 1794 – 1796 โดยพระเจ้าซอนโจ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 22 แห่งราชอาณาจักรโชซอน เพื่อใช้เป็นที่ระลึกที่พระบิดาถูกลงโทษโดยการขังอดข้าวอดน้ำในถังข้าว 7 วันตาย ตัวป้อมทำจากอิฐมีรูไว้ยิงธนูผ่านได้ ปัจจุบันบางส่วนถูกทำลายในสงครามเกาหลี ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี ค.ศ. 1997

มามืดๆประหยัดค่าเข้า แต่หนาวสุดๆ

ป้อมไรไม่รู้ ใหม่เลี่ยมเชียว (ของเก่าโดนญี่ปุ่นบอมหมดแล้วมั้ง)

ไกด์บอกถ้าไหวเดินไปที่นั่นได้ก็จะดี แต่ไม่ไหวอ่ะ หนาวเกิน ซูมไปละกัน

คืนแรกพักที่ Hotel Jewelly & Hotel River (โรงแรมแฝด)

นอนหลับสบาย เก็บแรงไว้ลุยต่อวันที่สอง

มื้อเช้าที่โรงแรม

ที่แรกของวันที่สองคือความฝันเหล่าแม่บ้าน นั่นคือทำกิมจิ กะแต่งชุดประจำชาติเกาหลี

Kimji School

ที่นี่ไม่มีไรมาก เขาเตรียมเครื่องเคียงสำหรับทำกิมจิไว้ให้เราเรียบร้อยแล้ว หน้าที่เราคือทำตามคำบอกของป้าโหดเท่านั้นเอง วิธีทำก็เอามาหมักๆ แล้วใส่ห่อ ใส่ไห 3 เดือน 6 เดือนค่อยเอาออกมากิน ดูไปคล้ายกับการหมักเฉยๆแหล่ะมั้ง เอาผักอื่น หรือปลาหมึกมาทำแบบนี้ก็เรียกว่ากิมจิ

เครื่องเคียงพร้อม แน่นอนว่าที่นี่มันของวิเศษจำเครื่องเคียงไปแล้วเอาไปทำที่อื่นก็ไม่เหมือน

ป้าจะอธิบายแล้ว เงียบๆ
แน่นอนว่าในมือนั่นคือสุดยอดนมวัวที่อื่นก็ไม่เหมือน (แต่ผมว่ารสประมาณนมเมจินะ กินไทยเดนมาร์ก โฟโมสต์อร่อยกว่า)

เสร็จละ ใส่ห่อแล้วทิ้งไว้นั้นแหล่ะ

เสร็จแล้วก้ไปแต่งชุดฮันบกแล้วถ่ายรูปกับฉากต่างๆ …คือเป็นฉากจริงๆ ฉากปรินท์แปะไม่ต้องมีมิติเลย

จบที่เที่ยวโฆษณาแล้ว ไปที่เที่ยวจริงต่อที่ Samsung Everland

Everland

เรียกได่ว่าเป็น Disneyland ของเกาหลี เป็นของแซมซัง เข้าไปจะเจอกับตัวละคร…ให้นึกถึงพวกตัวการ์ตูนแปะรถทัวร์เต็มไปหมด ออกแบบห่วยๆ วาดง่ายๆประมาณนั้น ที่นี่อยู่ในหุบเขาสี่ลูก จะลงไปต้องนั่งกระเช้า ข้างล่างตัวสวนสนุกสร้างมาได้ดี อาคารและบริเวณสวยงาม บริเวณกว้างใหญ่ และมีส่วนที่เป็นสวนสัตว์ซาฟารีด้วย ตอนไปเสียดายนิดนึงตรงสวนดอกไม้ยังไม่มี ที่นี่เกิดขึ้นเพราะลูกชายของแซมซังจะแต่งงาน แต่ไม่อยากออกข่าว เลยตกลงว่าถ้าคบกันโดยไม่มีข่าวได้จะมีของให้ นั่นคือสวนสนุกนี้เอง

ลุงคนนี้ไม่เกี่ยวอะไร แค่พกแมวมาด้วยเฉยๆ

จุดรอรถรับคนจากที่จอดรถไปสวนสนุก

ระหว่างรอซื้อตั๋วหนาวมาก ภายในสวนสนุกจะมีเครื่องทำความอุ่นอย่างนี้เป็นระยะๆ

ตั๋วของที่นี่มาในรูปแบบสายข้อมือ อันนี้ใส่เพื่อเที่ยว ไม่ได้เพื่อซาบซึ้ง

ฉาก ฉากปราสาทเต็มไปหมด แต่ตัวตึกอาคารอื่นก็สวยนะ

เอ้า เด็กๆ เที่ยวสวนสนุกกันเร้ว

ขึ้นกระเช้าลงไปสวนสนุกแล้ว

ลงไปแล้ว มีตาข่ายเซฟตี้ด้วย ทางขวาไกลๆนั่นรถไฟเหาะที่เขาแนะนำ แต่คิวยาวเลยไม่เอาอ่ะ

ทำไมต้องปิดหน้า หนีใครมาเที่ยวรึเปล่า 555

เล็งไว้ละ บ้านผีสิง

ลุงถ่ายได้ไม่ไวไปกว่าผมหรอก 555

ส่วนอนุบาลสวนสัตว์ มีแต่สัตว์เล็กๆ เล็งไว้ก่อน เดินทีหลัง

เข้าสวนซาฟารีก่อน พนักงานต้อนรับยิ้มแย้มดี

สิงโตอ้วนพี

สัตว์โซนร้อนก็มี

สองตัวนี้เลี้ยงด้วยกัน (ทำไมเสือดูแมนกว่าหว่า 555)

มีลูกออกมาเป็นตัวนี้ Liger ลูกครึ่งเสือ-สิงโต พระเอกของที่นี่

ตัวเด่นอีกตัวคือหมีเชื่อง สั่งให้มันยืนไหว้ได้

รถของเจ้าหน้าที่

ทางออกซาฟารีมีร้านขายของ น่าซื้อนะ แต่ตังค์ไม่มี

โซนสัตว์เล็ก

เลี้ยงด้วยกันมาแต่เด็ก

ตัวไรไม่รู้

อิปากแดง

อัลมาร์จ ไม่ใช่อำมาตย์

ส่วนกรงลิง

ลิงออนเซ็น ตัวในตู้น่ะมี แต่มันไม่ยอมลงน้ำ เลยไม่สื่อเท่าไหร่

เพนกวิน

เสือแบบในบ่อนอกซาฟารี

หมีขั้วโลก ชอบตัวนี้ หน้าตลกดี 555

รูปทรงอาคารที่เขาสร้างมาเดินดูก็สวยเพลินๆดี

พนักงานอารมณ์ดีทุกคนเลย

สัญลักษณ์ภาษามือในการทักทายของพนักงานคือทำมือ “บ๋อแบ๋”

ไปบ้านผีสิงที่เล็งไว้ตอนแรก

ความน่ากลัวเป็นศูนย์ 555

ขากลับขึ้นไปมีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ถ่ายรูปมาแปะจานขาย
มัวแต่โพสต์ได้ถ่ายผมมะเนี่ย 555

ต้นไม้นี้ถ้ากลางคืนเปิดไฟน่าจะสวย

ระหว่างรอก็วนเวียนอยู่ในห้องของฝาก

อันนี้น่าซื้อแฮะ ราคาไม่แพง แต่ไม่เนี้ยบเลยไม่ซื้อ

ตึกข้างหน้าก็สวยๆดี มีหลายทรง

สไตล์แขก

บ้านอีตุ๊ด ขายเครื่องสำอางค์

มากันครบก็เดินทางจากเอเวอร์แลนด์ไปยังที่ต่อไป

N Seoul Tower

เปิดให้ใช้เมื่อปี ค.ศ. 1980 แล้วกลับไปปรับปรุงตัวมาใหม่เมื่อ ธ.ค. 2005 อีกหนึ่งที่ของพวกรักโรแมนติคอยากมา คล้องกุญแจบนโซลทาวเวอร์ จุดขายของที่นี่ก็หอคอยดาดๆ หมีเท็ดดี้แบร์ กับตัวลอคกุญแจล่ะมั้ง

รถบัสจะจอดให้ถึงแค่ที่นึง ที่เหลือต้องเดินเอง ไม่ไกล

ค่าขึ้นประมาณ 7000 วอนมั้ง

ขึ้นมาถึงละ ลานแสดงกิจกรรม

เตรียมตัวแสดงลิเก

เตรียมจัดคริสมาสต์

คนต่อคิวถ่ายเยอะเลย ขี้เกียจรอ

จุดขายของที่นี่ ปั้นกระแสให้พวกคลั่งรักกรี๊ดกร๊าด

เด็กคงงง พวกเอ็งเล่นไรกัน

ช่างสรรหาที่จริงๆ ช่องว่างแทบไม่มี

สวยตรงสีสันของกุญแจนี่แหล่ะ

เล่นมั่งดิ แฮ่

ร้านเท็ดดี้แบร์ แพงกว่าไทย ข้างในห้ามถ่ายรูป

ที่เห็นนี่เขาเดินถอยหลังขึ้นเขาอยู่ครับ คงเป็นเทคนิคล่ะมั้ง

มื้อเที่ยง คาลบี้ ชอบมื้อนี้ที่สุดละ เพราะได้ย่างเอง

คือไรไม่ต้องรู้ แค่รู้ว่าเป็นซี่โครงหมู กับหมูเนื้อนุ่มย่างกินไม่อั้นก็พอละ 555

Dongdaemun Market

ย่านตลาดทงเดมุนนี้ไกด์เขาว่าเป็นย่านศูนย์การค้าที่ใหญ่ที่สุดของเอเซีย มีห้างใหญ่ บลาๆๆ เยอะ แต่จำชื่อไม่ได้ซักอัน (มีชินระอันนึงมั้ง จำได้เพราะ FF7 )บรรยากาศในห้างก็ประมาณ มาบุญครอง ไม่ได้ดูไฮโซไปกว่านั้น ราคาห้ามต่อนะ เพราะของที่นี่เขามีคุณภาพ ลดไม่ได้หรอก …แต่ร้านของฝากที่ไปซื้อเขาต่อได้ แถมลดให้อีกหนิ ดังนั้นใครไป อย่าไปเชื่อครับ ต่อได้ต่อเลย

จอดรถเดินตรงนี้

ไทยาคิน่ากิน แต่จุกอยู่ (จำราคาไว้ล่ะ)

ของขายข้างถนน ราคาคิดเป็นบาทให้ลองหารด้วย 30 ดู

ห้างนี้ที่เดินไปหาซื้อของเล่น (แต่ไม่มี มีแต่ประมาณของเล่นชายแดน) ได้ของที่ระลึกจากร้านตาลุงใจดีมาแทน

ของวางขายไม่ต่างจากไทย

เครื่องเล่นแถวนั้น หมุนๆเหวี่ยงๆ

มื้อเย็นกินในห้างแถวนั้น ชาบู ชาบู อีกละ

กินเสร็จออกมาเดินไปขึ้นรถ ไอนี่น่ากินกว่าแฮะ 555

คืนนี้และคืนหน้าพักที่โรงแรม Prime in Seoul

ห้องก็โรงแรมระดับ 1000 บาทในไทย ปกติ

เดินสำรวจรอบโรงแรม (ว่ามีไรกินมั่ง)

ผลไม้สวยๆ ขัดเงามาน่ะ

ไทยาคิ อร่อยดี หารแล้วตัวละ 10 บาท ถูกกว่าร้านก่อนครึ่งๆ

ไก่ตัวละร้อย ว่าจะซื้อมาลองคืนพรุ่งนี้ แต่พอมาอีกทีไม่มาขายแล้ว

ทางรถใต้ดิน

ถนนยามค่ำคืน

สุดท้ายได้นมกล้วยกะคุ้กกี้เนยจากร้านโชว์ห่วยมา

Blue House & Pheonix

เช้าวันที่ 3 โรแกรมแรกไปที่บลูเฮาส์ ทำเนียบประธานาธิปดี รูปปั้นนกฟินิกซ์ ภูเขารูปมังกร และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

ทางม้าลายยังงี้ไม่ต้องมีก็ได้มั้ง

ลานนกฟินิกซ์ รับมาหลายวัฒนธรรมจริงๆ

ภูเขามังกรข้างหลัง เขาว่าตรงนี้ฮวงจุ้ยดีที่สุดของประเทศ

ปราสาทสร้างใหม่ ที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

รูปปั้นหน้าเมื่อย

ปราสาทสร้างมาใหญ่เสียดายไม่ได้ขึ้น

รูปปั้น 12 นักษัตร ปั้นใหม่ๆ

เข้าไปดูพิพิธภัณฑ์พื้นบ้าน

ข้างในแสดงความเป็นมาของเกาหลี

ทำมาให้ดูหลายห้องมาก เดินเมื่อยเลย

ของใช้เก่าๆ

เครื่องประดับหรือเงินมั้ง

ชุดเกราะโบราณ

ภาพเขียนโบราณ แต่เขียนสมัยไหนอีกเรื่อง

เห็นโปรโมตจังหน้ากากเนี่ย ลายยังดุดันสู้จีนไม่ได้นะ

และที่อยู่ติดกันคือสถานที่จากหนังจักๆวงๆ พระราชวังเคียงบ๊อก

Gyeongbokgung Palace

พระราชวังเคียงบ๊อก สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1395 เป็นวังทางภาคเหนือภายในมีกว่า 7,700 ห้อง ถือว่าเป็นวังที่ยิ่งใหญ่และสวยที่สุดในบรรดา 5 วังของเกาหลีใต้ ในช่วงปี ค.ศ. 1592 – 1598 ถูกญี่ปุ่นยึดครอง และเผา แต่ต่อมาก็ได้รับการบูรณะในรัชสมัยกษัตริย์โกจอง

ค่าเข้า 80 บาท

ลวดลายการก่ออิฐ (สร้างใหม่)

ถ้าเคยไปพระราชวังต้องห้ามที่จืนมา อันนี้จะเหมือนฉากลิเกเล่นตลกสร้างใหม่ๆออกจากเตา 555
เขาว่าสร้างเลียนแบบเพราะแต่ก่อนถูกจีนปกครอง

Gyeonghoe-ru Pavilion พลับพลากลางน้ำเคียงเฮวรูเอาไว้รับแขก
คนยืนถ่ายกันเยอะมาก แต่การรอถ่ายไม่ใช่นิสัยอ่ะ เลยเอียงถ่ายแนวตั้งไป

ข้างใต้นั้นโล่งเชียว กันคนไว้เพราะเดี๋ยวรู้ว่ามีแต่ฉากใช่มะล่ะ

ตัวอาคารหลักของที่นี่ละ

ที่อยู่กษัตริย์มั้ง

ตึกข้างหลังช่างสวยงาม 555

ระหว่างทางไปกินข้าวกลางวัน
ชาวไทยนี่ผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการจริงๆ

อาหารมื้อนี้เป็นอาหารไทยสไตล์เกาหลี

ดูถูกกันเกินไปมั้ง อาหารไทยขอแค่ให้มันเผ็ดก็โอเคแล้วงั้นสิ …ไข่เจียวเผ็ด…

ถ่ายระหว่างบนรถนิดนึง

 Cheonggyecheon Stream

ตรงนี้เขาแวะให้มาเข้าร้านสินค้าปลอดภาษี แต่ใครไม่ชอปก็เดินเล่นแถวนี้ได้เลยไปเดินแถวคลองชองเกชอนสักหน่อย คลองนี้น่าเอาอย่างนะ ทำให้คลองน้ำเน่าเป็นคลองท่องเที่ยวได้ ย้อนกลับไปเมื่อปี ค.ศ. 1970 คลองนี้เป็นแค่คลองแคบๆที่ถูกเดินผ่านอย่างไม่มีใครเหลียวแล แต่ได้รับการบูรณะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในปี ค.ศ. 2005 (ช่วงปฏิวัติอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของเกาหลีเขาแหล่ะ)

รูปปั้นนักรบกลางถนนมั้ง

รูปปั้นกษัตริย์กลางถนนมั้ง

คลองหอยม่วง

คลองนี้มีความสวยงาม 10 อย่าง ถ้ามาต้องดูให้ครบ มีไรมั่งไปหาในลิงค์เครดิตข้างล่าง

ตาคนนั้นทำของตกน้ำมั้ง น้ำใสหนิ น่าจะหาเจอนะ (แต่ไม่เจอ)

กว้างและสะอาดดี แต่สวยมั้ย เฉยๆ

ถ่ายเป็นที่ระลึกกัน

เย็นๆไปดู Drum Cat Show เป็นพวกผู้หญิงตีกลองตุ้งๆ

พอดูใกล้ๆแล้วแก่แฮะ 555

มื้อเย็นกินไก่ตุ๋นโสม ข้างในยัดไส้ข้าว เร่าร้อน แต่เหม็น สมกะเป็นโสม

Myungdong Street

ถนนเมียงดง ไม่มีอะไรมาก ประมาณย่านสยามแสควร์ ที่ขายของและเดินเล่นของวัยรุ่น

ถนนเมียงดง

แสงสียามค่ำคืน

มีขายของเล่นด้วย แต่ราคาค่อนข้างแพง อย่างโบรลี่นั่นตั้ง 500 บาท ถ้าสะพานเหล็กน่าจะประมาณ 2-300 บาท

เสื้อผ้าก็เดิมๆ

เอแคลร์ยักษ์ก้อนละ 60 บาท แข็ง ไม่อร่อย

แผ่นน้ำตาลแผ่นละ 30 บาท แข็ง และเหม็นน้ำตาลไหม้
(ยังห่างชั้นกับน้ำตาลเป่าสีๆที่ขายหน้าโรงเรียนเยอะ)

ลุงนี่ท่าทางมั่นใจในฝีมือมาก แต่ไม่ได้ลองอ่ะ คนมุงเยอะ

พวกอาหารสดปิ้งย่าง

คนมุงเยอะเลย อย่างว่าหน้าหนาวกลางคืน
อาหารอุ่นๆจะอร่อยเป็นพิเศษ (กลิ่นมันหอมน่ากินจริงๆแหล่ะ)

มาย่านวัยรุ่นก็ถ่ายวัยรุ่นสักหน่อย

บ้านอีตุ๊ดกับแพนด้าตุ๊ด

รูปปั้นหน้าร้านต่างๆ

ออกมาถ่ายไฟแถวถนนนั้น

ตึกทรงเก่าดี

กลับมาร้านรถเข็นแถวโรงแรม

อร่อยดี น้ำจิ้มเห็นเด็กก่อนหน้านี้มันสั่งเลยเอามั่ง คนขายบอกคิดให้ดีนะเอ็ง เผ็ดนะ
พอกิน อร่อยดี เผ็ดไม่มากเท่าไหร่หนิ

ถั่วนี้เยอะดี แต่ไม่ได้ลอง

เข้าสู่วันสุดท้ายของแดนเกาหลี วันนี้ไม่มีอะไรมากเป็นวันโฆษณา ศูนย์โสม ที่ขายพลอยสีม่วง Amethyst กับหมู่บ้าน La Provence Village หมู่บ้านสไตล์ฝรั่งเศสอารมณ์ประมาณปาลิโอ (แต่ยังห่างชั้นกับปาลิโอเยอะ)

กินข้าวก่อนเก็บข้าวของ

ระหว่างช่วงขายของ “ห้ามถ่ายรูป” เลยมาเดินข้างถนนแถวนั้นฆ่าเวลา

อ๊ะ ยังเจอใบไม้เปลี่ยนสีอยู่หย่อมนึง

เหลือง-แดง

ร้านขายขนมแพคใหญ่กลับบ้าน

มื้อสุดท้าย

หมูต้มอีกละ

อร่อยนะ แต่เริ่มอืดๆละ

ข้าวสาหร่าย

ละเลงเล่นหน่อย

เมืองโปรวองซ์ (เลียนแบบมา)

ชอปเปอร์ตัวใหญ่นั่น 700 กว่าบาท
แต่ก่อนหน้านี้ที่ญี่ปุ่น 126 บาท

ดูรกๆเหมือนไร้การดูแลเลย

เล็กๆแคบๆ

ตังค์เหลือ 5,000 กว่าวอนไม่รู้ไปใช้ไรดี มาได้หมวกลูกหมีที่ร้านนี้

ตุ๊กตาหมี

เด็กเหมือนตุ๊กตาหมี (อยู่ๆเดินมาให้ถ่าย ที่สนามบิน)

รอเครื่องกลับที่สนามบินอินชอน

เครื่องออกกลับบ้านแล้ว

ตะวันลับฟ้า

ลาลับเกาหลี ดีกว่าที่คิด (เยอะ) แต่คงไม่ไปอีกละ 555

สรุปเกี่ยวกับเกาหลีใต้สำหรับคนที่ชอบซีรีย์ก็คงไปแบบฉุดไม่อยู่แล้ว ส่วนคนที่ไม่ได้ชื่นชอบเกาหลีนักก็…น่าไปครับ
เอ๊ะ ยังไง ด่ามาทั้งเรื่องยังบอกน่าไป ที่ว่าน่าไปเพราะ

1. ราคาพอๆกับเที่ยวละแวกนี้ SEA เลย จ่ายหมื่นกว่าบาทก็ได้นั่งเครื่องไปโซนนั้นแล้ว ขนาดปักกิ่งใกล้กว่ายังตั้งสองหมื่นอัพแน่ะ
2. สถานที่ ห่างกันแค่ช่องแคบเดียวราคาเปลี่ยนเป็นคูณสองเลยทีเดียว (ญี่ปุ่น) เหมาะสำหรับคนอยากไปรับอากาศแถวนั้น พรรณไม้ก็คล้ายๆกัน
3. อาหารอร่อย และถูก ค่าครองชีพใกล้เคียงเมืองไทย…ในกทม.นะ (ราคาอาหารนะ อย่างอื่นไม่รู้)
4. ประหยัดเงิน ถ้าไม่ใช่พวกซื้อเครื่องสำอางค์ เงินจะหมดไปกับของฝากและของกิน พกเงินไปแค่ 3,000 บาทก็เอาอยู่พอเหลือบ้างละ แต่โตเกียว 30,000 ยังไม่พอ
5. อย่าคิดว่าจะไปดูอะไร ให้คิดว่าไปดูอะไรให้มันสวย มันก็ดูวิวไปได้เรื่อยๆแหล่ะ

ดังนั้นน่าไปทั้งคนที่ชอบและเฉยๆกับประเทศนี้ สมกับเป็นสถานที่ sold out ยอดนิยมของนักท่องเที่ยวแห่งยุคสมัย

ขอบคุณเนื้อหาจาก visitkorea.or.kr

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s