พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง

ตามรอยประวัติศาสตร์ชนชาติไทย สมัยก่อนนั้นมีอารยธรรมจากอาณาจักรต่างๆมากมาย ทั้งเชียงแสน ละโว้ ขอม ทวารวดี ศรีวิชัย หริภัญชัย ฯลฯ

แล้วหลักฐานการดำรงอยู่ของชนชาวไทยก่อนประวัติศาสตร์ล่ะ เท่าที่นึกออกมีอยู่สองที่คือพิพิธภัณฑ์บ้านเก่า จังหวัดกาญจนบุรี มีอายุราว 2,000 ปีก่อนพุทธศักราช และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติบ้านเชียง จ.อุดรธานีมีอายุราว 2,500 ปีก่อนพุทธศักราช อันแรกเคย “เฉี่ยว” แล้ว แต่อันหลังไม่เคยไปเลย จนเมื่อช่วงวันหยุดปีใหม่เมื่อปีที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางไปแถวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จากกรุงเทพ ไปขอนแก่น ผ่านอุดรธานี เพื่อมุ่งสู่หนองคาย แต่ไหนๆก็ผ่านที่จังหวัดอุดรธานีแล้ว มีโอกาสทั้งทีขอไปดูหน่อยน่ะ คนสมัยครึ่งหมื่นปีก่อนสร้างอะไรเหลือไว้ให้เราดูมั่ง ตอนไปถึงเย็นใกล้ปิดแล้ว ประกอบกับไม่มีนักท่องเที่ยวอื่น เจ้าหน้าที่ใจดีอนุญาตให้ถ่ายรูปได้ ขอบคุณค้าบ

ที่นี่เราสามาถพบอะไรได้มั่ง พอนึกถึงบ้านเชียงสิ่งแรกที่คิดออกคือเครื่องปั้นดินเผาลายก้นหอย (มรณะรึเปล่าไม่รู้) แต่ภายใต้ลายง่ายๆนั้น เราสามารถย้อนเวลากลับไป และได้เบาะแสการดำรงชีวิตของชาวไทยก่อนประวัติศาสตร์ จากหลักฐานการขุดค้นนี้เองทำให้เรารู้ว่าชุมชนแถวบ้านเชียงมีอายุมาตั้งแต่ 5,600 ปีก่อน ผู้คนในสมัยนี้มีการเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากพบกระดูกสัตว์ใกล้กระดูกคนมากมาย ปลูกข้าว และทอผ้า ศิลปะเครื่องปั้นดินเผาจะเป็นลักษณะลายเชือกทาบ ที่คาดว่ามาจากใยป่านกัญชา (ปัจจุบันเรียกว่า กัญชง (Hemp หรือ Cannabis Sativa)) และในปลายยุคสมัยมีการใช้สีตกแต่งลายขดโค้ง ซึ่งบางอันใช้เป็นที่เก็บศพเด็ก ช่วงเวลาดังกล่าวเรียกว่าสมัยต้น (Early period) บังเอิญเพิ่งอ่านการ์ตูนโดราเอม่อนภาคประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น ที่นั่นเองสมัยยุคหินก็มีการทำเครื่องปั้นดินเผาลายเชือกทาบในยุคโจมอน

ต่อมามีการพัฒนารูปแบบภาชนะดินเผามีขนาดใหญ่ ผิวนอกสีขาว ทำส่วนไหล่ภาชนะหักเป็นมุมหรือโค้งมากจนเกือบเป็นมุมค่อนข้างชัด มีการตกแต่งด้วยลายขีดผสมกับลายเขียนสีที่บริเวณใกล้ปากภาชนะ และมีการทาสีแดง ในสมัยกลาง (Middle Period) อายุราว 3,000 – 2,300 ปีก่อน

ช่วงสมัยปลาย (Late Period) ประมาณ 2,300 – 1,800 ปีก่อน ภาชนะเขียนลายสีแดงบนพื้นสีขาวนวล ต่อมาในช่วงกลางสมัยเริ่มมีภาชนะดินเผาเขียนลายสีแดงบนพื้นสีแดง ถัดมาในช่วงท้ายสุดของสมัยจึงเริ่มมีภาชนะดินเผาทาด้วยน้ำดินสีแดงแล้วขัดมัน

พิพิธภัณฑ์นี้กรมศิลปากรได้ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2518 โดยได้รับเงินทุนสนับสนุนการสร้างอาคารจัดแสดงทั้งสองหลังในปี พ.ศ. 2526 จากมูลนิธิจอห์น เอฟ เคนเนดี้ จนได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2535 จากการประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 16 ที่เมืองแซนตาเฟ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีคุณสมบัติการเป็นมรดกโลกตรงตามหลักเกณฑ์ข้อที่ (iii) กล่าวคือพิพิธภัณฑสถานบ้านเชียงเป็นสิ่งที่ยืนยันถึงหลักฐานของวัฒนธรรมหรืออารยธรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ในปัจจุบันหรือว่าที่สาบสูญไปแล้ว

ขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์ข้อมูลมรดกโลก กระทรวงวัฒนธรรม

ของโบราณเก่าแก่

เครื่องหมายมรดกโลก

จำลองบรรยากาศการขุดหลุม

โครงกระดูกคนสมัยก่อน ชายสูงประมาณ 165-175 cm. หญิงสูงประมาณ 150-157 cm.

รูปปั้นจำลองการดำรงชีวิตของคนสมัยก่อนประวัติศาสตร์

เมื่อประมาณ 5,600 ปีก่อนมีการทำเครื่องปั้นดินเผา และเขียนลวดลาย

เครื่องประดับที่ใช้กันในสมัยก่อน

ภาชนะดินเผาลายเขียนสี

กลุ่มภาชนะดินเผาสมัยกลาง ที่ทั้งลายทาบเชียก และลงสีแดง อายุประมาณ 2,300 – 3,000 ปีก่อน

ข้างหน้ามีร้านขายของที่ระลึก

เดินทางต่อไม่ไกลจะเป็นแหล่งขุดพบ ที่วัดโพธิ์ศรี

กระดูกคน กระดูกสัตว์และเครื่องปั้นดินเผาโบราณ

เด็กดอยโบราณ 555

ละแวกนั้นมีร้านขายของที่ระลึก ราคาไม่แพง อย่างไหแถวล่างสุด 90 บาท ราคาลดหลั่นตามขนาด

จบแล้วกับบ้านเชียง เป็นไงมั่งครับภูมิปัญญา การร่วมมือกันสร้างสังคมวัฒนธรรมของมนุษย์ได้สืบเนื่องต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 3,000 ปี น่าทึ่งไหมล่ะ

หลังเที่ยวบ้านเชียงจบก็ใกล้ค่ำ รีบขับรถไปยังจุดหมายต่อไป หนองคาย

http://www.thaiwhic.go.th/heritage_culture3.aspx#a3

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s