เขาใหญ่แลนด์

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศ พื้นที่ทั้งหมดครอบคลุม 4 จังหวัด ได้แก่ นครนายก สระบุรี ปราจีนบุรี และนครราชสีมา

และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจาก UNESCO เมื่อ ปี ค.ศ. 2005

การพัฒนาบริเวณอันกว้างใหญ่นี้ เริ่มเมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 …

เอ๊ะ เอ๊ะ ทริปนี้เที่ยวเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยว “ต่างประเทศ” ในเมืองไทยนี่หน่า เรื่องราวไม่มีอะไรมาก มันคือกลุ่มอาคารเอกชนที่สร้างขึ้นอย่างมีสไตล์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่สร้างตามๆกันแถบถนนธนะรัชต์นั่นเอง ต่างประเทศก็ไม่ใช่ เมืองไทยก็ไม่ค่อยเหมือน ขอเรียกละแวกนี้ว่า “เขาใหญ่แลนด์” ละกัน

ทริปสั้นๆสำหรับคนหนุ่มสาว จัดได้ไปเช้า-เย็นกลับ สำหรับคนโสดก็เน้นรูปสถานที่งามๆ (แต่อาจถ่ายไม่งาม) อย่างเดียว

ปล. เวลาที่เขียนคือเวลาโดยประมาณที่ถ่ายรูปมา ไปจริง 3 รอบ รอบละนิดละน่อย วนถนนธนะรัชต์ไปออกซอยแดรี่โฮม 1 รอบตามนี้นี้ก็น่าจะได้แหล่ะ (ส่วน Smoke House ยังไม่เคยไป)

ที่แรกที่เจอ แวะเข้าซอยวัดศิมาลัยทรงธรรมไปประมาณ 5 กม. ก็จะเข้าสู่แขวงตะวันตก แดนคาวบอยของเขาใหญ่แลนด์

PANTHER CREEK

แพนเธอร์ ครีก หากไม่ได้เข้าพักต้องจ่ายค่าเข้าคนละ 50 บาท สามารถนำตั๋วนี้ไปแลกเครื่องดื่มได้ 1 กระป๋อง ก่อนจะคิดว่าน้ำกระป๋องอะไรตั้ง 50 บาท ก็คิดซะว่าเป็นค่าเข้าชมสถานที่แถมน้ำ 1 กระป๋องละกัน

ที่นี่จะทำการจำลองอเมริกาตะวันตก ชื่อก็มาจากเมืองหนึ่งในรัฐ Texus สหรัฐอเมริกา ถิ่นคาวบอยและอินเดียแดง

สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมไปทางนี้ >  http://www.panthercreekresort.net/

ทางเข้า แพนเธอร์ ครีก

ทางเข้าจะพบกระโจมอินเดียนแดง ทั้งหมดนี้คือห้องพัก

แถวนี้คืนละ 600 มั้งข้างในมีแอร์แหล่ะ

โซนเมกซิโก

เป็นร้านขายอาหารมั้ง

เข้าสู่เมืองคาวบอย

มองไกลๆก็สวยดี

ค่าที่พักถ้าจำไม่ผิด 1000-1500 มั้ง

จำลองโรงนา

รถไฟ ทุกโบกี้คือห้องพัก คืนละ 800 (มั้ง)

จบแล้วกับ Panther creek

ออกจากแพนเธอร์ครีกกลับเข้าถนนธนะรัชต์ข้างทางจะเห็นสิ่งก่อสร้างซึ่งก็คือ Smoke House (ตอนนั้นยังสร้างอยู่) เลยไปไม่ไกลจะพบ

PALIO

Palio ไปครั้งแรกก็วันที่ 29 ส.ค. 2010 (รูปที่มีฝนตก) เพราะอยากลองกล้องใหม่เท่านั้นแหล่ะ แอบเสียดายตอนนั้นเห่อและไม่รู้เรื่องตั้ง iso สูงตลอดเลย ชื่อนี้มาจากภาษาอิตาลีแปลว่า “รางวัล” เขาว่าตั้งให้ชื่อนี้เพราะอยากให้เป็นรางวัลของชาวเขาใหญ่ (หรือคนไปเที่ยวที่ขับรถไปไกลกันแน่ 555) ที่นี่เกิดจากการร่วมทุนของ 5 กลุ่ม คือ คุณอำนาจ คีตพรรณนา สถาปนิก และนักจัดสวนมือทองของประเทศ คุณพิษณุ นิลกลัด กูรูกอล์ฟชื่อดังของเมืองไทย คุณวิชัย วราศิริกุล อัครราชทูต กรมเอเชียคะวันออก กระทรวงต่างประเทศ คุณวินัย ธาดาสีห์ เจ้าของพรีโม พอสโต และคุณธีรพจน์ จรูญศรี ประธานกรรมการบริหาร บ.จุลดิศ ดีเวลลอป จก. (ซึ่งคุณพิษณุ คุณวินัย และคุณวิชัย เป็นกลุ่มเพื่อนรัฐศาสตร์ จุฬาฯ13) ร่วมกันเปลี่ยนพื้นที่เขาใหญ่ให้เป็นอิตาลี อีกหนึ่งโครงการต่อความสำเร็จมาจากพรีโม่ พอสโต้ ในบริเวณประกอบด้วยร้านค้าเล็กๆสไตล์อิตาลี สีสันแสบตา เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 1 ธ.ค. 2552

ปาลิโอเขาใหญ่

ร้านอาหาร เสื้อผ้า และของฝากมากมาย

รูปแบบ และสีสันสวยงาม

หน้าต่างยังงี้เห็นแล้วนึกไปถึงเมกซิโกมากกว่าแฮะ

ไปสู่หอนาฬิกา ลานกว้างปิอัซซ่า

ลานน้ำพุ

จากชั้นสอง

มาดูภายในร้านบ้าง แต่งหรูดี

ของขายก็เน้นสีสัน

ผ้าถุงคุณหนู ซื้อสวมใส่แล้วไปแด๊ะๆถ่ายรูป

เผลอๆจะมีตัวแสดง

รูปปั้นยังงี้เห็นได้ทั่วบริเวณ

รถลาก

ตามทางเดิน

Palio

หลังเดินเมื่อยจากปาลิโอแล้ว ออกมาเข้าไปทางเขาใหญ่จะพบแยกเลี้ยวขวา ไปประมาณ 2กิโลเมตร จะพบ

PRIMO POSTO

พรีโม่ พอสโต้ (คิดไปเอง) ว่าเป็นที่บุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวประมาณนี้ของเขาใหญ่ล่ะนะ (โชคชัย สเตกเฮาส์ ก็ไม่มีอาคารที่สวยงามโดดเด่นนี่นะ) โดยความหมายของชื่อหมายถึง “ที่แรก” ที่แรกที่จะพบปะพูดคุยกับผองเพื่อน (มาแรกไรในป่าหว่า เอ๊ะ หรือหมายถึงการรวมทุนครั้งแรกของทั้งสามคน) หรืออาจเป็นชื่อหมู่บ้านในเมืองมิลานประเทศอิตาลีมั้ง เกิดจากการรวมทุนของ คุณวินัย ธาดาสีห์ คุณพิษณุ นิลกลัด และคุณวิชัย วราศิริกุล ค่าเข้า 85 บาท แต่เอาคูปองไปแลกซื้อขนม เครื่องดื่มภายในได้ ก้ดีนะ ไม่งั้นพวกเล่นเข้ามาถ่ายรูปกรี๊ดกร๊าด เสร็จแล้วเปิดตูดหนี

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.primoposto.co.th/

Primo posto

อาคารหนึ่งแถว โดยบริเวณสู้ปาลิโอไม่ได้ ก็เป็นต้นแบบนี่นะ

เน้นเหลืองแดง

ด้านข้างเป็นสวน

ด้านหลังเป็นไร่องุ่น แต่ตอนที่ไปยังไม่ใช่ฤดู

ได้น้ำคนละแก้ว เค้กหนึ่งชิ้น

อิ่มอร่อย แล้วแวะหาซื้อของฝากกลับบ้าน

PB VALLEY

ไร่องุ่นของเบียร์สิงห์ มีขายทั้งไวน์ และน้ำผลไม้ ที่นี่ไม่มีไรมาก ซื้อของอย่างเดียว

ไร่กว้างใหญ่ ไกลสุดลูกหูลูกตา

ไปที่ร้านขายของเลย

น้ำผลไม้ รสก็…อร่อยกำลังดีอ่ะนะ

ไวน์ และน้ำองุ่น

เที่ยว และของฝากครบได้เวลาหิวมื้อเที่ยง…บ่ายๆออกทางซอยแดรี่ โฮม

DAIRY HOME

ที่จอดแวะกินข้าวอย่างเดียวเลย

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.dairyhome.co.th/

ร้านขายของฝากที่ไม่มีไรน่าซื้อเท่าไหร่

กับส่วนที่เป็นร้านอาหาร

สเต็กราดซอสไวน์แอปเปิ้ล

สเต็กนกกระจอกเทสมั้ง แห้ง แข็ง

ขนมน่ากินมาก

ไอติมขายพร้อมถ้วย ราคาจำไม่ได้ แต่ไม่อร่อย

ออกจากแดรี่โฮมก็จะกลับเข้าสู่มิตรภาพ เดินทางกลับกรุงเทพ เที่ยวสนุก นั่งสบาย ไม่ไกลมาก แต่หากเดินทางตามนี้ขากลับจะเลยร้านไร่สุวรรณ ข้าวโพดหวาน กับนมไทย-เดนมาร์ค หากจะไปต้องกลับรถล่ะ

แถมอีกที่ เนื่องจากตอนปลายปีที่แล้ว (2011) น้ำท่วม ไม่มีที่ให้ไป เลยแวะเวียนอยู่แถวนี้แหล่ะ เบื่อๆเลยแวะหาไรกินแถวนั้นสักหน่อย

THAI-DANISH

นมวัวไทย-เดนมาร์คชื่อเต็มคือ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)  รัฐวิสาหกิจในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลเดนมาร์ค เนื่องจากรัฐบาลไทยสมัยนั้นต้องการส่งเสริมการดื่มนม

โดยเริ่มต้นจาก นายนิลส์ กุนน่าส์ ซอนเดอร์กอร์ด ผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตสุกรชาวเดนมาร์ค ของ FAO (Food and Agricultural Organization United Nation) ผู้ซึ่งปฏิบัติงานร่วมกับกรมปศุสัตว์ระหว่างปี พ.ศ. 2498-2502 ได้สังเกตุว่าคนไทยไม่รู้จักโคนมและดื่มนมกันน้อยมาก หลังจากกลับไปประเทศเดนมาร์คและสนับสนุนนมไทยเสมอมา
– ปี พ.ศ. 2502 นายซอนเดอร์กอร์ด ได้จัดทำโครงการฟาร์มโคนมและศูนย์ฝึกอบรมการเลี้ยงโคนมในประเทศไทย เสนอต่อ Danish Agricultural Marketing board
– มกราคม 2504 ได้มีคณะผู้เชี่ยวชาญชาวเดนมาร์คได้มาศึกษาสำรวจพื้นที่ในการจัดตั้งฟาร์มโคนมสาธิต และศูนย์ฝึกอบรม ณ อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็น สถานที่เป็นหุบเขาสวยงามมีแหล่งน้ำสะอาดและ ไม่ไกลจากตลาดกรุงเทพฯ
– วันที่ 20 ตุลาคม 2504 ได้ลงนามสัญญาการให้ความร่วมมือช่วยเหลือทางวิชาการการเลี้ยงโคนม ระหว่างรัฐบาลเดนมาร์คกับรัฐบาลไทย โดย Danish Agricultural Marketing board จัดสรรเงินช่วยเหลือจำนวน 4.33 ล้านโครเนอร์ (หรือประมาณ 23.5 ล้านบาท ในสมัยนั้น)
– วันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2505 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชและพระเจ้าเฟรดเดอริค  ที่ 9 ได้เสด็จเปิดฟาร์มโคนม ที่อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี ต่อมาได้โอนกิจการทั้งหมดให้กับรัฐบาลไทย และจัดตั้งเป็น องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
– ปี พ.ศ. 2509 รัฐบาลเดนมาร์คได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมดำเนินการ พร้อมกับสนับสนุนเงินจำนวน 2.87 ล้านโครเนอร์ สำหรับดำเนินงานในช่วง 8 ปี

มีกล่องนมยักษ์เป็นจุดสังเกตุ

มีวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของไทย-เดนมาร์ค

วัวแดง รสเป็นธรรมชาติสุดละ

ครัวชื่อ Thai Black เขาแปะสรรพคุณเนื้อชนิดนี้ไว้อยู่ แต่ลืมไปแล้ว

น้ำองุ่นอร่อย แต่น้ำส้มไม่อร่อยเท่าไหร่ (คงเป็นส้มราคาแพงที่กินแล้วรสเหมือนส้ม 25%)

ปอเปี๊ยะล่ะมั้ง กรอบ อร่อยดี

ไส้กรอกสี่ประเภท รสแตกต่างกัน

อาหารพื้นฐาน ข้าวผัดอเมริกัน

ข้าวผัดไรซักอย่าง แต่ก็อร่อยแหล่ะ

ขากลับซื้อโยเกิร์ตกลับบ้าน กลิ่นน้มนม อร่อยดี แต่ไม่เห็นขายทั่วไปแฮะ เสียดาย

ไทยเดนมาร์ค ที่กินที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึง แต่อยากให้ไปลอง อร่อยทุกอย่าง

PREMIUM OUTLET (KHAOYAI)

หากมาขากลับเข้ากรุงเทพพรีเมี่ยมเอาท์เลทจะถึงก่อนไทย-เดนมาร์ก เป็นเอาท์เลทที่มีการตกแต่งบริเวณสวยทุกสาขา แต่สาขานี้พิเศษหน่อยก็ตรงวัวเพนท์สีสวยงาม สินค้าที่นี่ก็ราคาถูกกว่าในห้างจริง แต่อย่าเอาราคาไปเทียบกับพวกของปลอมของหนีภาษีนะ

รูปเก่าเอามาแปะใหม่

ตัวอย่างวัวหลากสี

ตัวอย่างวัวหลากสี

วันนี้กินที่ร้าน Valley grill

วันนี้กินที่ร้าน Valley grill

อร่อยดีทุกอย่าง  คอนเน่ไก่-รสแบบอาหารอิตาเลี่ยนทั่วไป  ผัดไท-หอมอร่อยรสกลมกล่อม สังเกตุได้ว่ามีกลิ่นประมาณซอสมะเขือเทศปนอยู่  สปาเกตตี้ขี้เมา-รสชาติดีไม่เผ็ดหวานพริกเผาทีเด็ดที่รสเปรี้ยวจี๊ดของมะนาว  พิซซ่า-อร่อยแบบพิซซ่าเตาถ่านทั่วไป รวมาคาแปดร้อยกว่าบาท อร่อยครับ คุ้มค่ารึเปล่าอีกเรื่องนึง 555

อร่อยดีทุกอย่าง
คอนเน่ไก่-รสแบบอาหารอิตาเลี่ยนทั่วไป
ผัดไท-หอมอร่อยรสกลมกล่อม สังเกตุได้ว่ามีกลิ่นประมาณซอสมะเขือเทศปนอยู่
สปาเกตตี้ขี้เมา-รสชาติดีไม่เผ็ดหวานพริกเผาทีเด็ดที่รสเปรี้ยวจี๊ดของมะนาว
พิซซ่า-อร่อยแบบพิซซ่าเตาถ่านทั่วไป
รวมราคาแปดร้อยกว่าบาท อร่อยครับ คุ้มค่ารึเปล่าอีกเรื่องนึง 555

เดินไปเห็นแฮมเบอเกอร์แบบรถเข็นก็อยากกินกับร้าน Cable grill ชุด 126 บาท มีแฮมเบอร์เกอร์เนื้อจืดไปนิด เนื้อไม่ได้หอมเท่าสยามสเต็กเลย เฟรนซ์ไฟร์เค็มปี๋ กับน้ำดื่มเอสหนึ่งแก้วที่โดยปกติของมันก็รสเหมือนไอติมโคล่าละลายอยู่แล้ว

เดินไปเห็นแฮมเบอเกอร์แบบรถเข็นก็อยากกินกับร้าน Cable grill ชุด 126 บาท มีแฮมเบอร์เกอร์เนื้อจืดไปนิด เนื้อไม่ได้หอมเท่าสยามสเต็กเลย เฟรนซ์ไฟร์เค็มปี๋ กับน้ำดื่มเอสหนึ่งแก้วที่โดยปกติของมันก็รสเหมือนไอติมโคล่าละลายอยู่แล้ว

THE SMOKE HOUSE

ที่นี่ตั้งแผนไว้ว่าจะไปตั้งแต่เปิดใหม่ๆละ แต่ไม่ค่อยว่าง จนเพื่อนเขาไปกันหมด เพิ่งจะมามีเวลาแวะไปเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2012 ลักษณะอาคารเป็นทรงยุโรปโบราณ เก่าๆ ภายในคล้ายโกดังยุคกลาง ของเด็ดที่นี่คือเมนูรมควันทั้งหลายแหล่ก็ชื่อ “บ้านรมควัน” นี่นะ จุดที่ชอบที่นี่คือ มันเป็นร้านอาหารที่มีเจ้าของเจ้าเดียว เดินเข้าไปถ่ายๆรูปแล้วเดินออกเลยก็น่าเกลียด ทำให้คนไม่เยอะเหมือนปาลิโอ

เวบสงสัยงบหมดเลยปิดไปแล้ว มีแต่เฟซบุ้ค http://www.facebook.com/TheHouseKhaoYai

บรรยากาศดูขรึมดี บริเวณกว้างนะ แต่ร้อนเลยขี้เกียจเดิน

บรรยากาศดูขรึมๆเก่าๆดี

smh02

ข้างล่างเขียวขจีสวยงาม แต่แดดแรงมาก ขี้เกียจเดิน

smh03

มาแล้วต้องกินเมนูแนะนำหน่อย ไส้กรอกรมควัน เนื้อแน่นดี ราคาจานละ 295 บาท เทียบกับของไทยเดนมาร์กข้างบนนั่นจานละ 350 บาท มีมากกว่าชิ้นนึง ของอันนี้เนื้อแน่นกว่า แต่ไทยเดนมาร์กแต่ละอันมีความหลากหลายทางรสชาติมากกว่า

smh04

อีกเมนูที่เพื่อนแนะนำคือพิซซ่าแซลม่อนถาดนี้ 580 บาท มีมะกอกให้รสปะแล่มๆ ถ้าแยกรสชาติเนื้อพิซซ่าก็เฉยๆ ได้แค่ความแปลกใหม่ที่เอาเนื้อปลาดิบมาวางไว้เท่านั้นแหล่ะ แต่ก็อร่อยดีนะ

สั่งแค่สองจาน สุดท้ายไม่หมด เยอะมากจนต้องห่อกลับ

กินสองคน สั่งสองจาน ให้เยอะมาก สุดท้ายไม่หมดจนต้องห่อกลับบ้าน เมนูน่ากินน่ะเยอะ ถ้าจะกินควรไปหลายคน

จบแล้วกับทริปเขาใหญ่ ไว้ไปเยือนดินแดนแห่งนี้เพิ่มจะมาเขียนต่อนะครับ

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s