สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี

เมื่อต้นปีต้องเดินทางไปดูสถานที่ก่อสร้างอาคารที่เขื่อนวชิราลงกรณ์ ด้วยระยะทางที่ไกล ไม่สามารถเดินทางไปเช้า-เย็นกลับได้ ทำให้ต้องไป 2 วัน 1 คืน

เดินทางเช้า ไปถึงบ่าย มีเวลาว่างครึ่งวัน จึงชวนกันไปที่เที่ยวแถวนั้น “สังขละบุรี”

เคยเห็นหลายคนถ่ายรูปมาอวด ดูแล้วก็อยากไปถ่ายรูปมั่ง ความจริงแล้วเคยไปตั้งกะตอนปี 2006 แล้วล่ะ

ได้ไปอีกครั้งขอบันทึกภาพดีๆหน่อยละกัน (ตอนนั้นใช้กล้องมือถือ)

ประวัติสังขละบุรี

ย้อนกลับไปสมัยทวาราวดี มีการตั้งชุมชนที่ริมห้วยแก่งคะยือ บ้านวังปะโท่ ตำบลรังเผล
สมัยอยุธยา พม่ามีอำนาจมากขึ้นในบริเวณลุ่มน้ำอิระวดีและสาระวิน รุกรานมอญ กะเหรี่ยง จนต้องอพยพเข้าสู่ดินแดนไทยทางด้านด่านพระเจดีย์สามองค์ ตามประวัติศาสตร์กรุงเก่า เขาว่ากาญจนบุรีมีเมืองหน้าด่านอยู่คือ เมืองสิงห์ เมืองลุ่มสุ่ม เมืองท่าตะกั่ว  เมืองไทรโยค เมืองทองผาภูมิ เมืองท่าขนุน (สังขละบุรี) เมืองท่ากระดาน และเมืองศรีสวัสดิ์
สมัยธนบุรีและรัตนโกสินทร์ตอนต้น เมืองด่านทั้ง 8 เมือง ของกาญจนบุรี มีความสำคัญในการป้องกันการรุกรานจากพม่า จนอังกฤษเข้ายึดครองพม่า สงครามไทยกับพม่าจึงได้ยุติลง
พ.ศ. 2369 รัชสมัยพระนั่งเกล้าเจ้าอญยู่หัว ยกสังขละขึ้นเป็นเมือง ตั้งเจ้านายกะเหรี่ยงเป็นเจ้าเมือง พระราชทานนามว่า “พระศรีสุวรรณคีรี” มีทายาทสืบทอดตำแหน่งกันมา 4 คน 1.พระศรีสุวรรณคีรีที่1 (ทะเวียโผ่) 2.พระศรีสุวรรณคีรีที่2 (กรอเมาะจะ) 3.พระศรีสุวรรณคีรีที่3 (ปวยดงภู) 4.พระศรีสุวรรณคีรีที่4 (ทะเจียงโปรย เสตะพันธ์)
พ.ศ. 2411 ไทยทำสนธิสัญญาเรื่องเขตแดนระหว่างไทย-พม่ากับอังกฤษ
พ.ศ.2423 พบหลักฐานแท่งคอนกรีต ที่เป็นหลักเขตแดนไทย-พม่า บริวณด่านเจดีย์สามองค์
พ.ศ. 2428 พม่าเสียเอกราชให้กับอังกฤษ อังกฤษประกาศว่า พม่าเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย
พ.ศ. 2432 พระศรีสุวรรณคีรีที่ 4 (ทะเจียงโปรย เสตะพันธ์) นำประชาชนร่วมกันสร้างองค์พระเจดีย์สามองค์ขึ้นใหม่
พ.ศ. 2433 ไทยกับอังกฤษทำการสำรวจเขตแดนด้านพม่าร่วมกัน
พ.ศ. 2435-37 ไทยกับอังกฤษทำการปักปันเขตแดนด้านพม่าร่วมกัน ตั้งแต่ด่านพระเจดีย์สามองค์ขึ้นไปตลอดแนวของเมืองสังขละบุรี
พ.ศ. 2438 ตั้งอำเภอวังกะขึ้น ณ ที่อำเภอสังขละบุรีปัจจุบัน ขึ้นกับอำเภอทองผาภูมิ
พ.ศ. 2444 เปลี่ยนชชื่อเป็นอำเภอสังขละบุรี ต่อมาในปีเดียวกัน ยุบอำเภอสังขละบุรีลงเป็นกิ่งอำเภอวังกะขึ้นกับอำเภอท่าขนุน(ทองผาภูมิในปัจจุบัน)
พ.ศ. 2447 ยกฐานะกิ่งอำเภอวะงกะขึ้นเป็นอำเภอ และยุบอำเภอท่าขนุนเป็นกิ่งอำเภอ ขึ้นกับอำเภอวังกะ
พ.ศ. 2482 ยุบอำเภอวังกะเป็นกิ่งอำเภอ เรียกว่า “กิ่งอำเภอสังขละบุรี” ขึ้นกับอำเภอทองผาภูมิ
พ.ศ. 2508 ได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอสังขละบุรี ตั้งแต่นั้นมา

คำขวัญประจำอำเภอสังขละบุรี “แดนพุทธรรม รวมแม่น้ำสามประสบ แร่มากพบเพชรรัตี หมอกมากมีเจดีย์สามองค์”

ที่มา : วิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี

ที่เที่ยวแถวนั้นอยู่ใกล้ๆกัน ไปแป้บเดียวเที่ยวครบ

ด่านเจดีย์สามองค์

ด่านเจดีย์สามองค์ ชื่อที่ได้ยินมาตั้งแต่สมัยเรียนประวัติศาสตร์ ปราการหน้าด่านของไทย ติดชายแดนพม่าด้านตะวันตก แต่ไม่มีใครรู้ว่าเจดีย์สามองค์นี้ ใครสร้าง สร้างตอนไหน สร้างมาทำไม (ก็เอามาไหว้น่ะสิ 555) ลักษณะเป็นช่องเขาของเทือกเขาตะนาวศรี ติดต่อระหว่างไทยกับพม่าเป็นเส้นทางเดินทัพและยังเป็นเส้นทางอพยพของชนกลุ่มชาติต่าง ๆ แต่เดิมเรียก หินสามกอง เป็นที่สักการะของคนไทยในสมัยโบราณก่อนที่จะเดินทางเข้าสู่เขตพม่า ต่อมาในปี 2472 พระศรีสุวรรณคีรี เจ้าเมืองสังขละบุรีของไทย ได้เป็นผู้น้ำชาวบ้านสร้างเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสามองค์ดังที่เห็นในปัจจุบันนี้

เจดีย์สามองค์

สุดเขตแดนตะวันตก

ร้านขายของแถวนั้น

เด็กน้อยชาวพม่า

ช่วยแม่ขายของ

เจดีย์พุทธคยา (จำลอง)

เจดีย์นี้เกิดจากความคิดริเริ่มของหลวงพ่ออุตตมะ เมื่อปี พ.ศ. 2521 โดยจำลองมาจากเจดีย์พุทธคยาประเทศอินเดีย จึงได้ทำการเปิดรับบริจาคจนได้สร้างจริงปี พ.ศ.2525 โดยเป็นโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กกว้าง 42 ยาว 42 เมตร สูง 59 เมตร ยอดเจดีย์ประดับด้วยฉัตรทองคำหนัก 400 บาท ภายในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุส่วนที่เป็นกระดูกนิ้วหัวแม่มือขวา 2 องค์ ที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกา นำมาเมื่อปี พ.ศ.2532

เจดีย์พุทธคยา

รูปที่ถ่ายเมื่อปี 2 ก.ย. 2006 สิงห์หน้าตาดุดันกว่าปัจจุบันเยอะ (แม่ถ่าย)

ตอนไปซ่อมแซมอยู่
(ตอนต้นปีมีเพลิงไหม้บริเวณตลาดหน้าวัดด้วย)

วัดวังก์วิเวการาม

สร้างขึ้น ในปี พ.ศ. 2496 ด้วยแรงศรัทธาของชาวไทย ชาวกะเหรี่ยง ชาวมอญ (ประมาณครูบาศรีวิชัยของเชียงใหม่ล่ะมั้ง) ตั้งอยู่บนเนินสูงที่เรียกว่า สามประสบ (จุดพบของแม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี) ตอนแรกที่สร้างเป็นเพียงสำนักสงฆ์ โดยชื่อว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ จนปี พ.ศ. 2505 ได้รับอนุญาตจากกรมการศาสนาให้ใช้ชื่อว่า วัดวังก์วิเวการาม ตามชื่ออำเภอเดิม คือ อำเภอวังกะ-สังขละบุรี (ปัจจุบันคืออำเภอสังขละบุรี) ต่อมาการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้ก่อสร้างเขื่อนเขาแหลม หรือ เขื่อนวชิราลงกรณ์ ในปี พ.ศ. 2527 ทำให้น้ำท่วมตัวอำเภอสังขละบุรีเก่า ชาวบ้านได้ช่วยกันย้ายวัดและบ้านเรือนขึ้นมาตั้งใหม่อยู่เหนืออ่างเก็บน้ำ ส่วนวัดหลวงพ่ออุตตมะเดิมจมอยู่ใต้น้ำ เรียกว่าเป็น “วัดใต้น้ำ” หรือ “เมืองบาดาล” เป็นที่เที่ยวน่าสนใจของจังหวัดเลยทีเดียว แต่ถ้าจะไปต้องไปในฤดูแล้วจึงจะนั่งเรือไปแล้วเห็นตัววัด (อันนี้ไม่ได้ไปอ่ะ น้ำยังลงไม่พอที่จะเห็นวัด)

วัดวังก์วิเวการาม

ศาลา

แถวนั้น

สะพานไม้อุตตมานุสรณ์

หรือที่รู้จักกันในชื่อของ สะพานมอญ ที่ดึงดูดของเหล่านักถ่ายรูปตามกระแส เกิดจากความคิดริเริ่มของหลวงพ่ออุตตมะ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. 2527 สร้างด้วยแรงศรัทธาจากชาวบ้านแถวนั้น (ชาวมอญส่วนใหญ่) โดยเชื่อต่อระหว่างชุมชนบ้านไหล่น้ำ กับหมู่บ้านมอญ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนได้ใช้เป็นเส้นทางในการติดต่อไปมาหาสู่ ทำมาค้าขาย ขนส่งพืชผลทางการเกษตรให้กันและกัน อีกทั้งยังเป็นเส้นทางแลกเปลี่ยนประเพณีวัฒนธรรม ระหว่างชาวมอญและชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำซองกาเรีย สะพานไม้นี้มีความยาวถึง 850 เมตร นับเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยและยาวเป็นลำดับ 2 ของโลก

สะพานมอญญญญญญ

ผ่านการปรับปรุงโครงสร้างแล้ว ดูแข็งแรงปลอดภัยขึ้น

ยามเย็น

ชีวิตริมน้ำ

ชาวบ้านเล่นน้ำแถวนั้น ริมตลิ่งยังมีการปลูกพืชผักการเกษตรอยู่

ถ้าจอดรถถ่ายรูปจากสะพานนี้ไปจะได้มุมมหาชน ไว้คราวหน้าขับรถไปเองค่อยถ่ายละกัน

จบทริปสังขละบุรีทริปครึ่งวันแบบสบายๆ ใครไปมีหลายที่น่าสนใจเช่น เขาช้างเผือก หรือทองผาภูมิ แต่ถ้าไปคงต้องใช้หลายวันหน่อยล่ะนะ

สุดท้ายเขียนถึงแถวสังขละบุรีขอฝากลิงค์ประวัติหลวงพ่ออุตตมะ บุคคลสำคัญแห่งชาวมอญเผื่อสนใจ  http://www.palungdham.com/t955.html

เก็บตกสถานที่เล็กๆในระหว่างเดินทาง

บริเวณที่พัก

ไผ่สีแดงใสสวยดี

เขื่อนวชิราลงกรณ์

ขากลับแวะกินร้านกาแฟ crab coffee

crap

อัพเดท ! 13 ก.ย. 2556

ในปีนี้เองจุดจบสะพานมอญ เมื่อเจอน้ำป่าไหลหลาก เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2556 อ่านข่าวได้ที่นี่

และได้มีการสร้างสะพานไม้บวบ (ไม้ไผ่มัดๆ) เป็นสะพานชั่วคราว อ่านข่าวได้ที่นี่

เห็นข่าวดังนี้แล้ว ท่านแม่จึงอยากเดินทางไปสังขละบุรีอีกทีเพื่อไปถ่าย…สะพานบวบ อ๊ะๆ โอกาสอย่างนี้มีไม่นานนะ เพราะถ้าซ่อมสะพานมอญเสร็จแล้วก็คงไม่มีให้เห็นอีก

ว่าแล้วก็จัด “วันเดียวทริป – วันเดียว เที่ยวสังขละ ไปเช้าเย็นกลับสบายเพราะไม่ได้ขับเอง (555) “

ออกจากบ้าน 8 โมงครึ่ง มากินข้าวเช้าที่ร้านยุพินก๋วยเตี๋ยวไข่ บ้านโป่ง อร่อยมาก

ออกจากบ้าน 8 โมงครึ่ง มากินข้าวเช้าที่ร้านยุพินก๋วยเตี๋ยวไข่ บ้านโป่ง อร่อยมาก

โบราณสถานพงตึกสร้างมาตั้งแต่สมัยทวารวดีพุทธศตวรรษที่ 11-12 คาดว่าทำมาเพื่อเป็นที่พักระหว่างทางของคนเดินทางจากอินเดียผ่านพม่ามาทางด่านเจดีย์สามองค์

โบราณสถานพงตึกสร้างมาตั้งแต่สมัยทวารวดีพุทธศตวรรษที่ 11-12 คาดว่าทำมาเพื่อเป็นที่พักระหว่างทางของคนเดินทางจากอินเดียผ่านพม่ามาทางด่านเจดีย์สามองค์

แถวทองผาภูมิ ถ่ายรูปสักหน่อย

แถวทองผาภูมิ ถ่ายรูปสักหน่อย

มื้อกลางวันกินประมาณ บ่ายโมงครึ่งแถวทองผาภูมิ

มื้อกลางวันกินประมาณ บ่ายโมงครึ่งแถวทองผาภูมิ

กินที่ร้านเงาะป่า มีข้าวแกงแบบนานาชาติ เช่นฮังเลพม่า หรือพะโล้เวียดนาม อร่อยดี ที่สำคัญ เขาให้ตักเอง!! เท่าไหร่ก็ได้จานละ 30 บาท

กินที่ร้านเงาะป่า มีข้าวแกงแบบนานาชาติ เช่นฮังเลพม่า หรือพะโล้เวียดนาม อร่อยดี ที่สำคัญ เขาให้ตักเอง!! เท่าไหร่ก็ได้จานละ 30 บาท

จุดชมวิวสะพานรันตี

จุดชมวิวสะพานรันตี

...

แวะที่ด่านเจดีย์สามองค์ก่อน เพิ่งสังเกตุว่ามีรางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

แวะที่ด่านเจดีย์สามองค์ก่อน
เพิ่งสังเกตุว่ามีรางรถไฟสมัยสงครามโลกครั้งที่สองด้วย

อันนี้ของแนะนำ Royal myanmar teamix ถ้าซื้อที่ย่างกุ้ง 120 ที่สนามบินมัณฑะเลย์ 200 ที่นี่ขาย 120 เท่าย่างกุ้ง (ต่อได้) ใครไปอยากให้ลองดูครับ อร่อยมาก ประมาณถ้าเวียดนามมีกาแฟ พม่าก็มีชานี่หล่ะ

อันนี้ของแนะนำ Royal myanmar teamix ถ้าซื้อที่ย่างกุ้ง 120 ที่สนามบินมัณฑะเลย์ 200 ที่นี่ขาย 120 เท่าย่างกุ้ง (ต่อได้) ใครไปอยากให้ลองดูครับ อร่อยมาก ประมาณถ้าเวียดนามมีกาแฟ พม่าก็มีชานี่หล่ะ

โรตีแถวนั้น ลุงแกท้าถ้าไม่อร่อยไม่ต้องจ่ายเงิน เป็นลูกกตัญญูสมัยหนุ่มเขากับพี่ชายไปทำงานแถวเตาปูน (ใกล้ๆเลยแฮะ) พี่แต่งงานกับคนไทยเลยอยู่ที่ไทย ส่วนเขากลับมาพม่าเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่

โรตีแถวนั้น ลุงแกท้าถ้าไม่อร่อยไม่ต้องจ่ายเงิน เป็นลูกกตัญญูสมัยหนุ่มเขากับพี่ชายไปทำงานแถวเตาปูน (ใกล้ๆเลยแฮะ) พี่แต่งงานกับคนไทยเลยอยู่ที่ไทย ส่วนเขากลับมาพม่าเพื่อเลี้ยงดูพ่อแม่

ถ่ายจากสะพานปูนที่คราวก่อนไม่ได้แวะ...ไม่เห็นสวยแบบคนอื่นเขาถ่ายเลยแฮะ

ถ่ายจากสะพานปูนที่คราวก่อนไม่ได้แวะ…ไม่เห็นสวยแบบคนอื่นเขาถ่ายเลยแฮะ

จุดชมวิวสะพานเหล็ก

จุดชมวิววังกะ-สะพานเหล็ก

ครึ้มเชียว เสียวฝน

ครึ้มเชียว เสียวฝน

สะพานมอญ

สะพานมอญ

ปัจจุบันชาวบ้านช่วยกันสร้างสะพานลูกบวบนั่นคือไม้ไผ่นั่นเอง ตอนแรกนึกถึงบวบเขียวๆ จะเป็นสะพานไงหว่า

ปัจจุบันชาวบ้านช่วยกันสร้างสะพานลูกบวบนั่นคือไม้ไผ่นั่นเอง ตอนแรกนึกถึงบวบเขียวๆ จะเป็นสะพานไงหว่า

ตรงกลางทำสะพานโค้งยกขึ้นให้เรือลอดผ่าน

ตรงกลางทำสะพานโค้งยกขึ้นให้เรือลอดผ่าน

เด็กๆชาวมอญเล่นน้ำกัน

เด็กๆชาวมอญเล่นน้ำกัน

คิดไปเองป่ะหว่าว่าสำหรับเด็กๆแล้วแบบนี้ดีกว่า เพราะสามารถโดดเล่นน้ำกลางแม่น้ำซองกาเลียได้เลย

คิดไปเองป่ะหว่าว่าสำหรับเด็กๆแล้วแบบนี้ดีกว่า เพราะสามารถโดดเล่นน้ำกลางแม่น้ำซองกาเลียได้เลย

ต้องรีบกลับละ เริ่มมืดฝนเริ่มตก มาทีได้ 4 สะพานเลย สะพานปูน-สะพานเหล็ก-สะพานไม้-สะพานบวบ 555

ต้องรีบกลับละ เริ่มมืดฝนเริ่มตก
มาทีได้ 4 สะพานเลย สะพานปูน-สะพานเหล็ก-สะพานไม้-สะพานบวบ

ตอนนั้นประมาณ 5 โมงเย็น เลยขับผ่านวัดวังก์ฯกับเจดีย์เฉยๆเพราะเริ่มมืดแล้ว เดี๋ยวกลับลำบาก

ตอนนั้นประมาณ 5 โมงเย็น เลยขับผ่านวัดวังก์ฯกับเจดีย์เฉยๆเพราะเริ่มมืดแล้ว เดี๋ยวกลับลำบาก

มากินมื้อเย็นตอนประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ที่ร้านข้าวต้มทอง บ้านโป่ง เวลา ณ ตอนกดชัตเตอร์รูปนี้ 9:34 น.

มากินมื้อเย็นตอนประมาณ 3 ทุ่มครึ่ง ที่ร้านข้าวต้มทอง บ้านโป่ง
เวลา ณ ตอนกดชัตเตอร์รูปนี้ 9:34 น.

หลังจากเลือกที่นั่งก็สั่งอาหาร ข้าวต้มรูปแรกลงเวลา 9:37 หมูกรอบกุ้ยช่ายขาว 9:38 ไส้หมูพะโล้ 9:38 ต้มย้ำไก่ 9:38 ไข่เจียวหมูสับ 9:39 จะทำเร็วไปไหนเพ่ ที่สำคัญ อร่อยทุกอย่าง ไม่ผิดหวังจริงๆ กิมหมด 9:55 คิดเงิน 360 บาท ร้านข้าวต้มเดี๋ยวนี้ก็ประมาณนี้ล่ะนะ

หลังจากเลือกที่นั่งก็สั่งอาหาร ข้าวต้มรูปแรกลงเวลา 9:37
หมูกรอบกุ้ยช่ายขาว 9:38
ไส้หมูพะโล้ 9:38
ต้มย้ำไก่ 9:38
ไข่เจียวหมูสับ 9:39
จะทำเร็วไปไหนเพ่ ที่สำคัญ อร่อยทุกอย่าง ไม่ผิดหวังจริงๆ สมกับเป็นหนึ่งในลิสต์สุดยอดร้านข้าวต้ม (ของผม)
กินหมด 9:55 คิดเงิน 360 บาท

จบละครับ สังขละบุรีวันเดียวก็ไปได้ (ออกสายอีกตะหาก 555)

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s