Ayutthaya – Persia

เมื่อเช้าวันพฤหัสก็อ่านหนังสือพิมพ์ประจำวันไปตามเรื่องราว บังเอิญแม่ไปเห็นข่าวเรื่องความสัมพันธ์อยุธยาเปอร์เซีย (ในหนังสือพิมพ์เนื้อหาตามนี้เลย) งานแบบนี้ไม่น่ามีบ่อย ประกอบกับวันศุกร์พี่เดินทางกลับวังน้อยพอดี เลยถือว่าไปส่งด้วยละกัน

เปอร์เซีย หรือในปัจจุบันคืออิหร่าน มีความสัมพันธ์กับไทยมากว่า 400 ปี ตั้งกะสมัยกรุงศรีอยุธยา ช่วงปลายรัชสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ความสัมพันธ์เริ่มต้นโดยเรือสำเภาบรรทุกสินค้าของ เฉกอะหมัด กูมี และน้องชายคือ มะหะหมัด ซาอิด ได้เข้ามาเทียบท่าที่ป้อมเพชร ตำบลท้ายคู  จดหมายเหตุประถมวงศ์สกุลบุนนาคระบุว่า “เข้ามาตั้งห้างค้าขายอยู่ในกรุงศรีอยุธยาสยามประเทศ เมื่อจุลศักราช 964 ปีขาล จัตวาศก”  ซึ่งตรงกับ พ.ศ. 2145 จากนั้นชาวเปอร์เซียได้ขยายชุมชนและมีบทบาททางการค้า-การเมืองในกรุงศรีอยุธยามากขึ้น  บางคนดำรงตำแหน่งขุนนางระดับสูง และได้เป็นเจ้าเมืองสำคัญหลายเมือง พร้อมกันนั้น วัฒนธรรมเปอร์เซียก็มีอิทธิพลต่อคนไทยมากขึ้น โดยเฉพาะในราชสำนักของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เช่น วัฒนธรรมการแต่งกาย อาทิ ฉลองพระองค์ครุยของพระมหากษัตริย์ หรือเสื้อครุยของขุนนางในราชสำนักอยุธยา มีรูปแบบที่สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลมาจากเสื้อคลุม “Chuga” ที่ใช้ในราชสำนักเปอร์เซีย หรือฉลองพระบาทเชิงงอน เป็นรูปแบบที่มีหลักฐานแน่ชัดว่านำเข้ามาโดยชาวเปอร์เซีย และยังคงเป็นหนึ่งในเครื่องราชกุธภัณฑ์ของพระมหากษัตริย์ไทย

โดยมีการสันนิษฐานกันว่าในสมัยสุโขทัยก็น่าจะมีการค้าขายกับเปอร์เซียแล้ว จากข้อความบางตอนในศิลาจารึกหลักที่ 1 ที่มีคำว่า “ตลาดปสาน” ซึ่งนักปราชญ์ด้านโบราณคดีและภาษาศาสตร์ให้ความเห็นว่ามาจากคำว่า “บอซัร” หรือ “บาซาร์” ที่แปลว่า “ตลาด” และคำว่า “เหรียญ” ที่ไทยและเขมรใช้เรียกเงินตรานั้นก็มาจากคำว่า “เรียล” ซึ่งเป็นภาษาเปอร์เซีย  นอกจากนี้ หลักฐานทางโบราณวัตถุต่างๆ ที่ขุดพบ บ่งบอกว่าพ่อค้าชาวเปอร์เซียเคยติดต่อค้าขายกับอาณาจักรจามปาและลังกาสุกะ ตลอดทั้งหมู่เกาะในอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย และไทยกับอิหร่านได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 เป็นต้นมา

ในงานมีทั้งการแสดงสินค้าชาวไทย และเปอร์เซีย ตลอดจนการแสดงจากทั้งสองชาติ โดยการแสดงไฮไลท์คือ ชุด “เฉกอะหมัด ราษฎร์รัฐสัตย์ซื่อถือความภักดี” ที่นำเสนอเรื่องราวของเฉกอะหมัด กุมมี หรือออกญาบวรราชนายก ผู้เป็นต้นตระกูล “บุนนาค”

ที่มา : ข่าวสด, คมชัดลึก

จุดประสงค์อีกอย่างคือ อยากกิน “เชโลกะบาบ” (Jhelo Kabab) แต่พอมาในงานไม่ยักกะเจอแฮะ แต่อาหารอย่างอื่นก็มีมากมาย

เวลาการจัดแสดงงานตามนั้น

ประตูเปอร์เซียร์

ประตูเปอร์เซียร์

 

สถานที่คือหน้าศาลากลางจังหวัดอยุธยา (หลังเก่า)

หัวเสาแบบเปอร์เซีย

ซุ้มโชว์ข้างหน้า

เหมือนเครื่องสูบหรือดื่มไรสักอย่างไม่ได้ไปถามรายละเอียด ข้างหลังให้คนเช่าไปดูด(สูบ)ได้

ชาวเปอร์เซียมีชื่อเรื่องเดินทางด้วยเรือสำเภานี่นะ

การแต่งกายของสตรีชาวเปอร์เซีย

ส่วนของขาย

มีเครื่องแต่งกายขายด้วย

พรมเปอร์เซียอันลือลั่น

ลวดลายกระเป๋า ไม่ต่างจากกระเป๋าชาวเขาบ้านเราเท่าไหร่

ขวดเซรามิค เห็น 190 เอ๊ะ ทำไมถูกจัง ไปดูใกล้ๆ อ่อ $

อิหร่าน-ไทย

ถาดเครื่องเงิน

ราคาท่าทางเอาเรื่อง (หรือโซนนี้เขาแค่โชว์หว่า)

เครื่องเซรามิค

ชุดรับแขก มีชาให้ชิมด้วย

ลองเข้าไปดูในอาคาร (ที่จริงไปหาห้องน้ำ 555)

มีแสดงภาพ ซึ่งตอนไปมืดแล้วเขาเลยเก็บไปแล้วล่ะ

เมืองอิหร่าน

มาดูงานแสดงเวทีบ้าง อันนี้แสดงเกี่ยวกับประวัติ

ว่าได้เดินทางมาและพบรักสาวไทย

การแสดงรำไทย

การแสดงดนตรีจากอิหร่าน

.

มาที่การแสดงศิลปะการต่อสู้ของไทยใช้ดาบจริงด้วย ดาบหลุดก็ต่อยกัน (ลืมดัน iso ขึ้น)

การแสดงสุดท้ายของคืนนี้ (วันที่ 22)

ได้เวลาเดินหาของกินแล้ว

มีอาหารให้เลือกมากมาย

เนื้อย่างอร่อยดี ไม้ละ 7 บาท

ส้มตำครกใหญ่ ไก่ทอดอร่อยหนังกรอบ เนื้อนุ่ม

แถม ลิเกมืออาชีพแสดงใต้สะพาน

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s